ชาว Skoolbuz หลายคนคงกำลังลุ้นผลการแข่งขันในโค้งสุดท้ายของการแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่าง มหกรรมฟุตบอลโลก 2010 ณ.ประเทศแอฟริกาใต้ ถึงแม้ประเทศไทยจะยังทำผลงานได้ไม่ดีพอที่จะเข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลกได้ แต่คนไทยก็ยังให้ความสนใจกับการแข่งขังฟุตบอลโลกอย่างคึกคัก รวมถึงนักฟุตบอลหนุ่มแข้งทองอนาคตไกลอย่าง “เอ็ม อนาวิน จูจีน”
หลายคนคงรู้จักเอ็ม อนาวิน จูจีน จากการได้เป็นหนึ่งตัวแทนประเทศไทยไปแข่งโครงการ pepsi world challenge 2004 และคว้าชัยชนะเป็นอันดับ 2 จากการแข่งขันทั้งหมด 11 ประเทศได้เป็นผลสำเร็จ ส่งผลให้เอ็มถูกจับตามองในฐานะนักฟุตบอลรุ่นใหม่ไฟแรง และเริ่มเข้าสู่การค้าแข้งอาชีพเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลระดับประเทศ “ไทยพรีเมียร์ลีก” ในนามของสโมสรบางกอกกล๊าส รวมถึงผลงานล่าสุดของเอ็มคือ การได้รับคัดเลือกให้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2009 ที่ประเทศลาว ถึงแม้ผลงานในการไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ของทีมชาติไทยจะไม่สามารถผ่านรอบแรกของการแข่งขันได้ แต่ก็เป็นก้าวสำคัญของเอ็มที่ได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในระดับเอเชีย
และกว่าที่จะมาถึงตรงนี้ได้ ชีวิตของเอ็มก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เค้าต้องฝ่าฟันอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ ทั้งปัญหาครอบครัว ความยากจน ทำให้เอ็มต้องไขว่คว้าโอกาสทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต โดยไม่ปล่อยให้หลุดลอยไป แต่จะเป็นยังไงไปติดตามจากบทสัมภาษณ์ได้เลยจ้า

ตอนเด็กๆ ฝันอยากเป็นอะไร
ตอนเด็กๆ ยังไม่มีความฝันครับ ก็เหมือนเด็กทั่วไปที่รักเล่นรักสนุกมากกว่า จะมาเริ่มมีความฝันก็ตอนที่เราได้เริ่มเล่นฟุตบอลจริงจัง ก็คือตอนได้มาเรียนที่โรงเรียนที่สนับสนุนฟุตบอลเต็มที่แล้วเราถึงเริ่มมีความฝัน ตอนนั้นก็ประมาณม.1 ครับ เราฝันอยากเป็นนักฟุตบอล แล้วประเด็นสำคัญเลยคือเราอยากช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ ก็เลยสมัครโรงเรียนที่เขามีทุนเรียนฟรีหรือโรงเรียนกีฬา ก็เลยพยายามไปสอบ พอได้รับคัดเลือกก็เริ่มเข้ามาสู่เส้นทางฟุตบอลอย่างเต็มที่
ทราบมาว่าตอนเด็กๆ ที่บ้านมีปัญหา จนทำให้เราเกือบจะไม่ได้เป็นนักฟุตบอล
ปัญหาครอบครัวมีตอนช่วงเรียนประถม เป็นช่วงก่อนที่จะเข้าโรงเรียนกีฬา คือโดยกำเนิดผมเกิดที่จ.นครสวรรค์ แล้วตอนประมาณ 7 ขวบ ครอบครัวก็ย้ายไปอยู่ จ.กาญจนบุรี แบบเสื่อผืนหมอนใบเลย มาตั้งต้นนับหนึ่งใหม่ที่นี่ แล้วอยู่ดีๆ ตอนนั้นทางบ้านก็มีฐานะดีขึ้น ตอนแรกเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่พออยู่ไปนานๆ ขึ้น เราก็รู้ด้วยตัวเราเองว่าที่บ้านขายยาเสพย์ติด
แล้วเราได้รับผลกระทบอะไรบ้าง
ก็มีนะ จริงๆ แล้วพอเราอยู่ตรงสังคมไหนแล้ว สังคมนั้นก็สามารถดึงชีวิตเราเข้าไปได้ แต่ว่าพ่อแม่ผมไม่ให้ยุ่งเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายมันก็มีจุดผกผันที่ทำให้ผมเข้าไปยุ่งจนได้ ก็คือตอนผมเข้าไปเรียน ม.1 ที่โรงเรียนที่กาญจนบุรี ก็มีรุ่นพี่มาไถเงิน ตอนนั้นเราก็คิดว่าจะทำยังไงไม่ให้พวกนี้มายุ่งกับเรา ก็เลยไปขโมยยาที่บ้านเข้าไปขายที่โรงเรียน ขโมยไปครั้งละ 4-5 เม็ด ปรากฏว่ามันได้ผล เพราะทำให้พวกที่เคยไถเงินเราคิดว่า ไอ้นี่มันก็พอตัวนะ สามารถเอาของแบบนี้เข้ามาได้ หลังจากนั้นเขาก็ไม่ยุ่งกับเราอีกเลย แล้วก็กลายมาเป็นพวกเดียวกันไป

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เรากลับมาเลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้
ผมยกเครดิตให้ฟุตบอลครับ เพราะว่าพอผมเรียนจบ ม.1 ที่นั่น ก็ไปเข้าเรียนที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดอ่างทอง แล้วฟุตบอลนี่แหละที่ทำให้ผมหลุดออกมาจากวงจรพวกนี้ เพราะมันก็ทำให้สังคมเปลี่ยนไป แล้วโรงเรียนกีฬาที่นี่ ผมเข้ามาเรียนเป็นรุ่นแรก ก็มีแต่เด็ก ม.1 ที่เข้ามาเรียน เลยทำให้มีแต่คนที่จะมาเล่นกีฬา ไม่มีบุหรี่ ไม่มีทุกอย่าง ก็เลยทำให้ห่างออกมาเองโดยอัตโนมัติ
เข้ามาสู่การเป็นนักฟุตบอลระดับประเทศได้อย่างไร
ตอนที่เราเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดอ่างทอง ก็จะมีแต่คนที่มีความสามารถเข้ามาเรียน เพราะว่ามันจะต้องใช้ทุนของรัฐบาล ถ้าในระดับเขต ระดับภูมิภาค ก็รับรองว่าทีมฟุตบอลของโรงเรียนกีฬาจะดีกว่าโรงเรียนสามัญทั่วไปอยู่แล้ว ตรงนั้นทำให้เราเป็นทีมที่ชั้นนำในระดับภาคขึ้นมา จริงๆ แล้วผมอาภัพมากเลยเรื่องการเข้าสู่ลีกระดับชาติ เพราะว่าส่วนใหญ่จะได้คัดรุ่น 12 ปี 15 ปีก่อน แต่ผมโดดมาคัดเลือกก็ 18 ปีเลย คือมาได้คัดรายการแรกเป็นของรายการ the winner 18 ปีนักเรียนแชมป์เอเซีย แล้วก็ได้รับคัดเลือก แล้วก็เป็นการก้าวเข้ามาติดทีมชาติ
จุดสูงสุดของเส้นทางนักฟุตบอลที่เอ็มตั้งไว้
ตอนแรกเลยคิดว่าก็คือเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เพราะว่าถ้าเมื่อไหร่ที่นักบอลได้เล่นฟุตบอลอาชีพแล้ว ก็เหมือนกับประสบความสำเร็จแล้ว ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ว่าความคิดส่วนตัวของผม ผมไม่เคยมองข้ามจากตอนเด็กแล้วข้ามมาเป็นฟุตบอลอาชีพเลย ตอนผมเด็กผมคิดว่าผมน่าจะติดเยาวชนทีมชาติ ผมก็ฝันแค่ระดับเยาวชน พอได้ระดับเยาวชนก็ฝันต่อไปว่าเราน่าจะเล่นอาชีพได้แล้วนะ อย่างตอนนี้ผมวางแผนไว้ว่าอีกไม่เกิน 2 ปี ผมจะต้องไปเล่นชุดใหญ่เป็น 11 คนให้ได้

เอ็มมีคติชีวิตยังไงในการทำงาน
การมีเป้าหมาย มีความฝันครับ อย่างตอนนี้ก็ตั้งเป้าหมายว่าอีก 2 ปี ผมจะต้องติดทีมชาติชุดใหญ่ ผมก็ต้องทำยังไงก็ได้ ให้ก้าวไปตามฝันให้ได้ ถึงจะไม่ไปถึงแต่ก็ขอให้ใกล้ที่สุด
เป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้ว ต้องทำอะไรบ้าง
โค้ชจะมีตารางเวลาให้เรา ก็จะเซตโปรแกรมเป็นอาทิตย์มาให้ ก็มีซ้อมเช้า ซ้อมเย็น แต่จริงๆ แล้วการเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ดี มันไม่ได้ขึ้นอยู่แค่การฝึกตามโปรแกรม แต่การรับผิดชอบตัวเองนอกสนามสำคัญกว่า เพราะถ้าคุณซ้อมหนักยังไงก็ตาม พอคุณกลับไปปล่อยตัว มันก็มีค่าเท่าเดิม คือจริงๆ แล้วการเป็นมืออาชีพก็คือ ตัวเราเองเป็นมืออาชีพแค่ไหน กลับไปพักผ่อนพอไหม กินอาหาร หรือปล่อยตัวเองแค่ไหน
พูดถึงฟุตบอลโลกครั้งนี้ เอ็มเชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษ
ฟุตบอลโลกปีนี้ผมเชียร์ อาร์เจนติน่า เพราะว่าผมชอบเมสซี่ (ลิโอเนล เมสซี่ / เลียวเนล อันเดรส เมสซี : Lionel Andrés Messi) ส่วนนักกีฬาในดวงใจผม คือเจอร์ราร์ด (สตีเฟน จอร์จ เจอร์ราร์ด : Steven George Gerrard) ผมชอบลิเวอร์พูลนะ แต่ว่าปีนี้ผมรู้สึกว่า เมสซี่ เค้าเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นในบอลลีกมาก ก็เลยอยากเห็นว่าเค้าสามารถพลิกสถานการณ์ให้ทีมของเค้าได้ดีแค่ไหน แต่ถามว่าคิดว่าทีมไหนจะเป็นแชมป์ ผมยังยกให้สเปน แต่ว่าผมเชียร์อาเจนติน่าอยู่

พูดถึงไทยพรีเมียร์ลีกตอนนี้หน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง
ผมเล่นไทยลีกปีนี้เป็นปีที่ 5 ตั้งแต่ตอนผมอายุ 18 ตอนนั้นผมว่าไทยลีกก็ยังธรรมดามาก มีคนดู20-30 คน แต่พอมา 2 ปีหลังจะบูมมากๆ ถึงขนาดว่าทำให้นักฟุตบอลไทยตอนนี้ติดลมบน ผมคิดว่าฟุตบอลไทยพัฒนาไปในทางที่ดีแล้วนะ
คุณสมบัติของนักฟุตบอลอาชีพคืออะไรบ้าง
ความมุ่งมั่นครับ เพราะว่าไม่มีใครที่แน่นอนว่าเก่งมาตั้งแต่เกิด ต้องมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม บางคนเล่นไม่เก่งหรอก แต่ว่าเวลาซ้อมเรามุ่งมั่นเราทำเต็มที่ให้โค้ชเห็น บางทีโค้ชเขาก็เห็นใจนะ มันก็เป็นเหมือนอีกคะแนนนึงที่ดึงให้ตัวเราได้ก้าวเข้ามาอยู่ตรงนี้ แล้วประสบการณ์ก็จะมาจากตรงที่คุณเข้ามาติดทีม แล้วได้เล่นเรื่อยๆ แต่ในเมื่อเราเป็นเด็กอยู่ โอกาสที่จะมาเบียดรุ่นพี่เนี่ยยาก เมื่อเรามาสนามแล้วซ้อมเท่าที่พี่เขาซ้อม ทั้งๆ ที่พี่เขามีประสบการณ์มีความเก๋าอยู่แล้ว เราก็ไม่มีทางที่จะไปเบียดเขาได้
สำหรับน้องๆ ที่จะเข้ามายืนตรงจุดนี้ต้องทำอย่างไร
อย่างแรกเลยคือเรื่องทัศนคติ ถ้าคนที่เล่นบอลอยู่แล้วจะรู้เลยว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เพราะฉะนั้นผมว่าทัศนคติต้องดีเกี่ยวกับการฝึกซ้อม บางทีเราเล่นได้ แต่ว่าเวลาโค้ชให้ทำอะไรเราก็ต้องทำเต็มที่ครับ มันเหมือนกับเป็นการสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับตัวเอง แล้วพอก้าวไปอยู่ตรงไหนเราก็จะสามารถอยู่ได้

การคัดตัวมาเป็นนักฟุตบอลเขาทำกันยังไง
อย่างตอนนี้ก็จะมีการเรียกเข้ามา หรือบางทีเขาก็จะดูจากการแข่งขัน เช่น การแข่งขันฟุตบอลตามโรงเรียน อย่างตอนนี้ก็จะมีลีกสำรองด้วย ก็คือเราจะไปจับเด็กตามโรงเรียนที่เราคิดว่าเขามีแววให้มาอยู่กับทีม แต่ถ้าเกิดเป็นไทยลีกชุดใหญ่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการดึงจากทีมโน้นทีมนี้มาเล่นร่วมกัน
พูดถึงปัญหาของเยาวชนเกี่ยวกับพนันบอลหน่อย
อยากให้ทุกคนดูเป็นกีฬา หรือว่าดูในตำแหน่งที่เราเล่นอยู่ แล้วเอามาประยุกต์ใช้ ว่าเราสามารถเอาลูกเล่นหรือเทคนิคแบบนี้มาใช้กับตัวเราได้ไง แล้วก็ดูระบบทีม ถ้าทีมไหนที่เราคิดว่าเขามีเกมส์รับที่ดี เราก็ดูว่าการเคลื่อนตัวเกมส์รับเขาเป็นยังไง ทีมไหนเกมส์รุกดีเราก็ดูเกมส์รุก ดีกว่ามาดูเป็นการพนันครับ แต่จริงๆ แล้วผมว่ามันก็ห้ามกันยาก เแต่ถ้ามีก็เป็นแบบเลี้ยงข้าวกันไปดีกว่า
ฝากถึงน้องๆ ที่สนใจเป็นนักบอลอาชีพ
น้องๆ คนไหนที่รักจะเล่นฟุตบอล แล้วก็มีความฝันที่จะเล่นฟุตบอลอาชีพ ก็ขอให้ตั้งใจและเมื่อไหร่ที่โอกาสเข้าไปถึงแล้ว ก็ให้ไขว่คว้าไว้ เพราะว่าคนที่มีฝีมือดีๆ ก็มีเยอะ แต่เขาก็ไม่รักษาโอกาสของตัวเองไว้ ก็เลยไม่ได้เข้ามาอยู่ตรงนี้ แต่บางคนที่มีความพยายามแต่อาจจะฝีมือไม่ดี เขาก็สามารถเข้ามาอยู่ตรงนี้ได้ ผมคิดว่าตอนนี้ ฟุตบอลไทยดีขึ้น อย่างผมเองตอนนี้ก็เรียนไม่จบ ก็มีเงินเดือนกิน ผมว่ามันก็เป็นโอกาสที่ดีถ้าคุณก้าวมาทางนี้ได้ เลือกทางนี้ไว้ก็ดีเหมือนกันครับ

ขอขอบคุณ คุณเอ็ม อนาวิน จูจีน , สโมสรบางกอกกล๊าส และสนามลีโอ สเตเดี้ยม สำหรับสถานที่ถ่ายทำ











