วันนี้ Skoolbuz จะพาเพื่อนๆ มาพบกับนักร้องสาวเสียงสวย “มัดหมี่” พิมดาว พานิชสมัย ผู้เป็นเจ้าของผลงานเพลง "เผื่อเลือก เผื่อทิ้ง" หรือว่าจะเป็นเพลง "หนึ่งนาทีของคนขี้เหงา" ที่หลายๆ คนชื่นชอบ ซึ่งภายหลังจากออกอัลบั้มไปแล้ว เธอก็มีความตั้งใจที่พัฒนาการร้องของเธอให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการมุมานะที่จะเข้าศึกษาต่อในคณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาคดุริยางคศิลป์ตะวันตก เอก Voice จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ได้ และในวันนี้ "มัดหมี่" ก็ได้เข้ามาเรียนร้องเพลงที่เธอรักในคณะที่เธอฝันถึงได้เป็นผลสำเร็จ เรื่องราวความสนุกสนาน ความประทับใจและประสบการณ์ต่างๆ ของชาวศิลปกรรมศาสตร์จะเป็นอย่างไร เราไปอ่านบทสัมภาษณ์ของเธอผู้นี้กันได้เลย

คณะศิลปกรรมศาสตร์เป็นคณะที่มัดหมี่ตั้งใจจะเข้ามาเรียนตั้งแต่แรกเลยรึเปล่า
คณะศิลปกรรมถือเป็นคณะแรกเลย ซึ่งอยากเข้ามาเรียนคณะนี้ตั้งแต่ม.1 เลยค่ะ เพราะว่าในตอนนั้นมัดหมี่ได้มีโอกาสไปออดิชั่นละครเวทีโอเปร่าเรื่อง แม่นาก ของอ.สมเถา สุจริตกุล และก็ได้รับคัดเลือกด้วย ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มัดหมี่ชอบด้านร้องเพลงค่ะ
เข้ามาเรียนที่นี่มีสอบอะไรบ้าง
มัดหมี่สอบสายตรงค่ะ คือจะสอบทฤษฎีดนตรีและต่อจากนั้นก็สอบปฏิบัติ ซึ่งจะต้องสอบทฤษฎีดนตรีให้ผ่านก่อน จึงจะมาสอบปฏิบัติได้ ส่วนการเตรียมตัวนั้น มัดหมี่มาเริ่มเรียนทฤษฎีดนตรีตอนม.6 คือประมาณมา 6-7 เดือนก่อนที่จะเข้ามาเรียน เรียนอาทิตย์ละ 3-4 วัน ก็ค่อยข้างหนัก แล้วก็มาสอบสายตรงช่วงเดือนสิงหาคม พอมาสอบปฏิบัติมัดหมี่ก็เลือกร้องเพลง ซึ่งก็จะแล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน อย่างบางคนถนัดฟลุ้ต บางคนอาจจะถนัดไวโอลิน อย่างมัดหมี่ก็จะถนัด voice (ร้องเพลง) ตอนนั้นมัดหมี่ร้องเพลงอิตาเลียน และก็มีเพลงสากล 1 เพลง ก็จะเป็นเพลงสไตล์คลาสสิค ซึ่งยากมากสำหรับมัดหมี่ เพราะว่าตัวมัดหมี่เริ่มจากร้องเพลงแนวป๊อปและแจ๊ซ แต่พอมาร้องเพลงคลาสสิคเราก็ต้องฝึกในการเปล่งเสียงเป็นอีกแบบนึง คือเราต้องร้องมาจากท้องแล้วเสียงที่ออกมาก็ต้องมาจากข้างบนค่ะ
ยากไหมในตอนเตรียมเข้าสอบ
มัดหมี่เป็นคนที่เวลาจะทำอะไรที่จริงจังแล้วก็จะจริงจังไปเลย อย่างตอนที่สอบก็เหมือนกัน เพลงที่เราร้องเพลงที่ไม่ใช่ภาษาบ้านเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องหมั่นฝึกค่ะ ต้องหมั่นฝึกเรื่อยๆ คือมัดหมี่จะมีสมุดโน้ตเพลงติดตัวเอาไว้ตลอดเลยเพื่อเอาไว้ฝึกร้อง แล้วช่วงฝึกเราต้องตั้งใจจริงๆ ตอนนั้นมัดหมี่กลับมาบ้านร้องไห้บ่อยมาก เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่มัดหมี่เปิดอัลบั้มแรก และก็เป็นช่วงที่มัดหมี่สอบสายตรง เลยเครียดมากๆ แต่พอสอบได้ก็เหมือนกับยกภูเขาออกจากอก ก็ดีใจมากๆค่ะ
ที่นี่มีสอบสัมภาษณ์ด้วยรึป่าว
ก็มีสอบสัมภาษณ์ด้วยค่ะ เหมือนกับอาจารย์เขาจะวัดว่าเราโอเคไหม เหมือนอย่างว่าเขารับแล้ว 15 คน แต่บางคนไม่มาก็ถือว่าสละสิทธิ์ไปเลย ซึ่งในหนึ่งชั้นปีที่เรียนดุริยางคศิลป์จะมีอยู่แค่ 15 คน แล้วในชั้นปีของมัดหมี่มีเอก Voice แค่ 4 คน ซึ่งเพื่อนสนิทมัดหมี่ที่เรียนเอกเดียวกันคือ ดาต้า (ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ) ที่ตอนนี้ได้เข้าไปร่วมวงกับ Baby Vox ที่ประเทศเกาหลี ทำให้ชั้นปีของมัดหมี่ที่เรียนเอก Voice ตอนนี้ก็เหลือแค่ 3 คน
แล้วคณะศิลปกรรมศาสตร์มีสอนเกี่ยวกับอะไรบ้าง
คณะศิลปกรรมมีทั้งหมด 4 สาขาด้วยกัน ก็จะมีภาควิชาดุริยางคศิลป์ ภาควิชานฤมิตศิลป์(แฟชั่น) ภาควิชาทัศนศิลป์ และภาควิชานาฏยศิลป์ ส่วนภาควิชาที่มัดหมี่เรียนคือภาควิชาดุริยางคศิลป์เนี่ย มีทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากล ส่วนภาคนาฏยศิลป์ก็เป็นบัลเล่ต์ รำไทย คือที่นี่ก็จะมีทุกอย่างอยู่ครบหมดเลย
แล้วที่ศิลปกรรมศาสตร์ ภาคดุริยางคศิลป์ตะวันตก เอก Voice สอนเกี่ยวกับอะไรบ้าง
จะสอนทุกอย่างเกี่ยวกับการใช้เสียงเลยค่ะ คือการที่จะร้องเพลงได้ เราต้องมีการวอร์มเสียงและก็ต้องมีหลายๆอย่าง เพราะฉะนั้นอาจารย์ของมัดหมี่ อาจารย์เจี๊ยบ ดวงใจ อมาตยกุล ก็จะสอนเริ่มตั้งแต่การวอร์มเสียงเลย จนถึงการสอนให้เราเรียนเพื่อให้เราไปสอนคนอื่นได้ด้วย
คนที่จะเข้ามาเรียนเอก Voice ต้องเตรียมตัวอย่างไรและมีพื้นฐานอะไรบ้าง
คนที่จะเรียนเอก Voice เนี่ย มัดหมี่ว่าเปียโนเป็นรากฐานสำคัญ เพราะถ้าเราเล่นเปียโนเป็น เราก็สามารถที่จะรู้โน้ตรู้เสียงได้ เพราะฉะนั้นเปียโนก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญในการที่เราจะเรียนควบคู่ไปกับการ เรียนเอก Voice และเรียนเอกนี้ต้องรู้พื้นฐานด้านดนตรีด้วย โดยเฉพาะทฤษฎีดนตรี และต้องรู้จักในเรื่องการฟังด้วย ซึ่งจะมีการอ่านโน้ตดูโน้ต และเวลาฟังแล้วก็ต้องรู้ว่าเสียงที่ได้ยินเป็นโน้ตตัวอะไร ก็ค่อนข้างยากเหมือนกัน แต่ถ้าเราชอบก็จะสามารถทำได้ดีค่ะ

แล้วที่นีมีการสอบสุดหินอะไรที่นิสิตเอก Voice ทุกคนต้องเจอมั่ง
ตอนเรียนปีสามจะมีการสอบที่เราจะต้องร้องเพลงประมาณ 10 -15 เพลง แล้วให้อาจารย์มานั่งเรียงกันฟังเราร้อง บรรยากาศเหมือนกับ AF เลยค่ะ และที่นี่ก็จะมีประเพณีของคณะ คือการจัดศิลปกรรมคอนเสิร์ต ซึ่งนิสิตปี 3 จะเป็นคนจัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา แล้วก็จะมีพี่ปี 4 ที่จะจบแล้วมาดูกิจกรรมนี้ ซึ่งศิลปกรรมคอนเสิร์ตนี้จะเป็นการรวมนิสิตของภาควิชาดุริยางคศิลป์ทุกคนมา จัดคอนเสิร์ต อย่างมัดหมี่เรียนเอก Voice ก็ต้องมาร้องเพลงในงานนี้
แล้วคนที่จบเอกนี้มาจะสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง
มัดหมี่ว่าแล้วแต่คนอ่ะค่ะ จริงๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนเอก Voice แล้วจะเป็นครูสอนร้องเพลงอย่างเดียวหรือจะเป็นนักร้องอย่างเดียว มัดหมี่ว่าเอก Voice ก็สามารถทำอย่างอื่นได้หลายอย่าง ทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแต่งเพลงหรือจะไปเป็นดีเจก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำด้านนี้อย่างเดียว หรืออาจจะไปเป็นโปรดิวเซอร์ก็ได้
นอกจากเรียนแล้ว มัดหมี่ทำกิจกรรมอะไรในมหาวิทยาลัยบ้าง
มัดหมี่เป็นเด็กกิจกรรมทำกิจกรรมเยอะมาก ตอนปีหนึ่งมัดหมี่เป็นเชียร์หลีดเดอร์ให้คณะศิลปกรรม ซึ่งเป็นหลีดที่นี่จะตลกมาก เพราะว่ามันเป็นวัฒนธรรมประเพณีของคณะมาตลอด คือจะเป็นหลีดที่มีหลายเพลงและมีการเต้นที่ไม่เหมือนคนอื่น และก็จะมีการไปเต้นวันรวมเชียร์และก็อะไรอีกหลายๆ อย่าง ก็สนุกสนานมาก และมัดหมี่ก็ไปเป็นพิธีกรในงานศิลปกรรมคอนเสิร์ตด้วย และล่าสุดมัดหมี่เป็น 1 ใน 12 ตัวแทนนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการกีฬาฟุตบอลประเพณีจุฬาธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 66 ค่ะ มัดหมี่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้อัญเชิญพานพุ่ม หน้าที่ก็จะประชาสัมพันธ์งานฟุตบอลประเพณี ทำกิจกรรมทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยเยอะมาก มีไปดำนาด้วยนะคะ พาน้องๆ ไปดำนาในวันเด็ก มีไปสร้างโรงเรียน ทำหลายอย่างค่ะ
กิจกรรมที่ทำให้อะไรกับเราบ้าง
การทำกิจกรรมควบคู่ไปกับการเรียน มันให้ประสบการณ์ที่ดีมาก ให้เราเรียนรู้การทำงานร่วมกับคนอื่นด้วย เรียนรู้การแลกเปลี่ยนความคิด เพราะทำงานเราไม่ได้ทำคนเดียวเราทำกันเป็นกลุ่ม เพราะฉะนั้นเราต้องแชร์ความคิดร่วมกับคนอื่น
มีอะไรอยากฝากถึงน้องที่อยากจะเข้ามาเรียนคณะนี้หรือเอกนี้บ้าง
อยากจะฝากน้องๆ ที่อยากจะเข้ามาเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์เหมือนมัดหมี่นะคะ ก็อยากจะให้ตั้งใจค่ะ มะหมี่เชื่อว่าทุกคนมีความฝันอยู่แล้วที่อยากจะไปตามฝันนะคะ แต่ว่าถ้าเรามีความฝันก็ต้องมีพรแสวงด้วยนะคะ ยังไงก็ฝากไว้ว่าอยากให้ตั้งใจแล้วก็จริงจัง ก็จะสามารถเข้ามาเรียนได้แน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณ คุณมัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย และคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสำหรับสถานที่ถ่ายทำ
และสามารถรับชมคลิปทาง youtube ได้ที่นี่ หรือดูคลิปทั้งหมดของ SkoolbuzMag's Channel ได้ที่นี่













