เมื่อวันเด็กมาถึง คงมีใครหลายคนไปดูเครื่องบินที่กองทัพอากาศ บางคนต่อแถวยาว เพื่อจะเข้าไปนั่งในห้องนักบิน ไปจับพวงมาลัยพร้อมนึกภาพตัวเองกำลังขี่เจ้านกเหล็กตัวนี้ผาดโผนอยู่บนท้องฟ้า แต่จะมีใครสักกี่คนที่มุ่งมั่นกับความฝันที่จะขับเครื่องบินจริง พาผู้โดยสารนับร้อยบินข้ามฟ้าข้ามมหาสมุทรสู่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย วันนี้ Skoolbuz เลยจะพาน้องๆ ที่มีความฝันจะเป็นนักบิน ไปเยี่ยมชม สถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต ที่เป็นสถาบันสอนนักศึกษาให้จบออกมาเป็นนักบินพาณิชย์ตามสายการบินต่างๆ นักบินฝึกหัดจะได้เรียนได้ฝึกฝนอะไรกันบ้าง เราไปตามดูจากบทสัมภาษณ์กันเล้ย

และวันนี้ Skoolbuz ได้รับเกียรติจากพล.อ.อ.คธาทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา คณบดีสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต จะมาอธิบายถึงสถาบันการบินแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหลักสูตรมหาวิทยาด้านการบินแห่งแรกของประเทศไทย ว่าที่นี่มีกฏเกณฑ์ใดบ้างสำหรับผู้ที่สนใจอยากเป็นนักบิน
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสถาบันการบินของที่นี่

สถาบันการบินนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะฝึก และก็สอนนักศึกษาให้เป็นนักบินเลย โดยที่จะเรียนไปด้วยแล้วก็ฝึกบินไปด้วย แล้วก็จบก็จะได้ใบขับขี่ซึ่งเป็นใบขับขี่ที่สามารถที่จะเข้าไปในสายการบิน ได้เลยทันที และก็จะได้ปริญญาบัตรเรียกว่าเทคโนโลยีบัณฑิตสาขาวิชานักบินพาณิชย์ตรีครับ ก็เริ่มแรกมาก็เป็นไปด้วยดีเพราะว่ามีคนสนใจเยอะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กผู้ชาย แต่เราก็เปิดโอกาสให้นักศึกษาผู้หญิงได้มีโอกาสค้นหาตัวเองว่าตัวเองนั้น สามารถที่จะเป็นนักบินได้ไหม
"ที่นี่มีนักศึกษาเริ่มแรกทั้งหญิงและชายทั้งหมด 55 คน หลังจากนั้นเราได้มีการคัดเลือก คัดกรอง ปีที่ 2 ก็เหลือประมาณ 50 คน พอปีที่ 3 เริ่มมีการตรวจร่างกาย มีการฝึกบิน มีการทดสอบร่างกาย เราก็ได้นักศึกษาทั้งหญิงและชายเข้าไปทำการบินได้ในปีที่ 3 เหลือ 14 คน ก็มีผู้หญิง 2 คน เพื่อไปทำการฝึกบินในปีที่ 3 การฝึกบินเริ่มแรกนั้นเราจะดูว่าคนไหนที่มีความรู้สึก มีความสามารถที่จะเป็นนักบินได้ ใน 20 ชั่วโมงแรก เราก็ให้ขึ้นไปทำการฝึกการบิน ก็ปรากฏว่านักบินหญิงคนนึง กับนักบินชายคนนึงไม่สามารถที่จะบินได้เนื่องจากว่ากลัวความสูง ก็เลยเหลือ 12 คนขึ้นไปบินทำการบินตลอดหลักสูตร"
มาตรฐานหลักสูตรการเรียนบินของที่นี่
เป็นมาตรฐานของการบินนานาชาติของทั่วโลก เป็นการนำเอาหลักสูตรจากโรงเรียนการบินกรุงเทพ (BAC) รวมทั้งหลักสูตรภาคพื้นของโรงเรียนนายเรืออากาศของโรงเรียนการบินกองทัพอากาศ แล้วก็หลักสูตรที่ผมได้ไปเรียนมาที่เยอรมันก็มารวมกันสร้างเป็นหลักสูตรนี้ขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นหลักสูตรมาตรฐานของนานาชาติที่เค้ากำหนดไว้
ความพิเศษของสถาบันการบิน ม.รังสิต ที่แตกต่างจากที่อื่น
ของที่นี่เปิดให้โอกาสนักศึกษาทุกคน ได้มาค้นพบตัวเองว่าชอบวิศวะมั้ย ชอบบินมั้ย ชอบนิเทศมั้ย ภายใน 2 ปีแรกเราก็จะเปิดให้เรียนทั่วๆ ไป แต่ถ้าเกิดใน 2 ปีแรกนั้นบินไม่ได้ หรือว่าไม่สนใจหรือว่าตัวเองบกพร่องทางเรื่องอื่นๆ ก็สามารถจะย้ายคณะไปต่อคณะอื่นได้เลยโดยที่ไม่ต้องมาซ้ำชั้น ปีแรกก็จะมีการเตรียมตัวด้านการบินเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เขามองว่าตัวเองนั้นเหมาะหรือไม่กับเรื่องการบิน
การคัดเลือกนักศึกษาที่นี่เป็นอย่างไร
เราก็เปิดโอกาสให้ทุกคน เมื่อตรวจร่างกายทั่วๆ ไป เราก็จะมีการวัดผลภาษาอังกฤษ สอบสัมภาษณ์ ดูความพร้อมของร่างกายในระดับแรก เกรดเฉลี่ยที่รับอยู่ที่ 2.6 แต่ถ้าเกิดใครมีความตั้งใจดี เราจะพิจารณาในการสัมภาษณ์อีกที แต่ถ้าเกิดมาเรียนในปี 1 แล้วคะแนนไม่ดีขึ้นหรือว่าการทำตัวและระเบียบวินัยไม่ดีขึ้นเราก็ไม่ให้ผ่าน การตรวจร่างกายก็จะมีเรื่องของสายตา เน้นไปที่ตาบอดสี เพราะว่าเครื่องวัดในเครื่องบินจะมีสีสันต่างๆ ถ้าเกิดใครบอดสีเราก็ไม่ให้ แต่ถ้าเกิดใครสายตาสั้นยาวประมาณ 200 เราก็ยังยอมให้ เพราะเป็นนักบินพาณิชย์สามารถยอมรับได้ แต่ถ้าเกิดเป็นนักบิน fighter หรือนักบินรบของกองทัพนั้นไม่ได้เลย ส่วนเรื่องสุขภาพฟันหรือว่าเรื่องหูเป็นเรื่องที่สำคัญพอสมควร เพราะว่าการบินต้องมีการติดต่อประสานกัน ส่วนเรื่องสุขภาพฟันก็สำคัญเพราะว่าเมื่อขึ้นไปที่สูงแล้วเกิดมีฟันผุ ฟันคุด ฟันเก บางที่มันอาจจะปวด มันทำให้เสียความรู้สึกหรือว่าอาจทำให้หน้ามืดได้

นักศึกษาที่ต้องการเป็นนักบินต้องมีความพร้อมจริงๆ
เราต้องการความพร้อมของร่างกายที่มีความเข้มแข็ง และเมื่อเข้ามาแล้วเราก็ต้องตรวจสอบ เช่นวิ่ง 4 รอบสนามก็ 1,600 เมตร ยึดพื้นหรือซิตอัพ 1 นาทีต้องไม่ต่ำกว่า 40 ครั้ง แล้วก็มีการส่งให้ไปฝึกยังชีพในป่าเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพราะอาจมีเหตุเครี่องบินไปตกในป่าในเขา ต้องรู้ว่าอะไรกินได้อะไรที่กินไม่ได้ อะไรเป็นสัตว์ที่กินได้ อะไรเป็นสัตว์ที่มีพิษ จะหาน้ำยังไงจากต้นเถาวัลย์ แล้วพอปี 2 เราก็จะทำการเริ่มฝึกบินแล้ว โดยเครื่องฝึกบินจำลอง หรือ simulator พอปี 3 ก็จะสามารถไปบินเครื่องบินจริงๆ ได้ แล้วถ้าใครที่บินพอได้ประมาณ 12-15 ชั่วโมง ครูก็อาจจะปล่อยให้บินเดี่ยว ตรงนี้ก็จะได้รู้ว่าใครใจแข็งไม่แข็งหรือจะบินได้ไม่ได้ก็จะดูตรงนี้ แต่ถ้าเกิดใครบินไม่ได้จะกลับไปเข้าไปเรียนคณะอื่นต่อได้ เรียนนิเทศ เรียนวิศวะ
ค่าเรียนที่นี่แพงไหม
ช่วงเรียนปี 1 ปี 2 ค่าเรียนก็เหมือนกับคณะทั่วๆ ไป เพื่อให้เค้าตัดสินว่าเค้าจะบินต่อไม่ต่อ เพราะถ้าบินต่อในปี 3 ปี 4 ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่จะถูกกว่าที่อื่น ซึ่งส่วนใหญ่จะไปเรียนกันที่โรงเรียนการบินกรุงเทพ (BAC) แต่เราไม่สามารถเดินเข้าไปสมัครเรียนบินกับ BAC คนเดียวได้ เพราะเขาจะรับเป็นกลุ่ม ส่วนการเรียนบินที่บ่อฝ้ายของสถาบันการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม เค้าก็จะรับสอนคนเดียว แต่ค่าเรียนก็จะแพงกว่าที่นี่ และในประเทศไทยตอนนี้ ที่นี่เป็นแห่งแรกแห่งเดียวที่สอนการบินในระดับชั้นปริญญาตรี และราคาถูกที่สุดในการเป็นนักบิน
ฝากถึงคนที่สนใจจะมาเรียนบินที่นี่เข้าคณะนี้
นักศึกษาหรือผู้ที่สนใจ ที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า อายุไม่เกิน 26 ปี สามารถที่จะเข้ามาสมัครที่สถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิตได้ เราจะดูที่ความตั้งใจและสุขภาพร่างกายสามารถที่จะเข้าไปเป็นนักบินได้ อย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ต้องกลัวว่าเป็นนักบินไม่ได้หรือว่าติดปัญหาอย่างอื่น ใน 2 ปีแรกเราจะพยายามสอนและฝึกให้นักศึกษาทั้งหลายมีความสามารถที่จะไปเป็นนักบินได้ สถาบันการบินนั้นมีอาจารย์ มีครูที่พร้อมประสบการณ์ที่จะแนะนำ ที่จะให้ความรู้แก่นักศึกษา สามารถที่จะจบเป็นนักบินพาณิชย์ได้
นอกจากนี้เรายังมีรุ่นพี่ใจดี พี่มายด์ ปีติชา ถนอมสิน นักศึกษาชั้นปีที่ี2 ของสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต จะมาพาไปแนะนำสถานที่เรียนกัน แต่ว่าจะตื่นตาตื่นใจแค่ไหน ไปดูจากคลิปได้เลยจ้า


แต่ความอลังการงานสร้างยังไม่หมดแค่นั้น วันนี้ Skoolbuz จะพาไปบิน แต่ก่อนจะไปบินนั้น ต้องไปฟังคำแนะนำจากพี่ตอม, พี่ภู และพี่ธรรม์ กันก่อนว่าก่อนจะบินได้ต้องเจออะไรกันบ้าง

การเรียนบินนี่ยากไหม
ตอม : ก็ถือว่าไม่ยากไม่ง่าย ถ้าเราตั้งใจครับ
ธรรม์ : ส่วนมากที่ยากจะเป็นวิชาการบิน มันไม่ยากไม่ง่าย ถ้าเรามีการเตรียมตัว
มีวิชาไหนที่สนุกมันส์ๆ ที่ไม่เหมือนคณะอื่น
ภู : เมื่อตอนประมาณช่วงปี 2 ขึ้น 3 จะมีการฝึกยังชีพในป่า เป็นการสมมติว่าเกิดเหตุฉุกเฉินเครื่องบินตก แล้วเราจะสามารถเอาตัวรอดอย่างไรจากเหตุการณ์นั้นๆ ซึ่งเป็นการทดสอบสภาพจิตใจเราในส่วนหนึ่ง ก็จะมีสอนให้รู้จักหาของป่า หุงข้าวโดยไม่ต้องใช้หม้อหุงข้าว แล้วเขาก็ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ เลย
ธรรม์ : มีไปลากแพในน้ำด้วยครับ มีไปเดินทดสอบจิตใจกลางคืนคนเดียว และก็โดดหอ
ภู : ใช่ อาจเป็น เพราะตอนนั้นมันอาจเป็นว่าเราอยู่ในช่วงเด็ก ช่วงเด็กกับช่วงวัยรุ่นมันมีกรอบความอดทนไม่เท่ากัน ช่วง รด. ประมาณ ม. 4-6 ซึ่งความคิดของเรามันอยู่ในกรอบแค่นั้น ในเมื่อเรามาอยู่ในมหาลัยจะคิดกว้างกว่านั้นหน่อยนึง ก็ขีดจำกัดก็ต้องมีมากกว่า
ได้ยินว่าที่นี่มีเทียบโอนไปเรียนที่แคนาดาด้วย
ธรรม์ : ตอนจะขึ้นปี 3 ที่คณะจะมีการสอบคัดเลือก คือผู้ที่มีความสามารถด้านภาษาจะแข่งขันกันว่าใครจะได้ไปฝึกบินที่แคนาดา ก็คือเหมือนที่หรือแยกกันมาเรียนที่แคนนาดากับที่โรงเรียนการบินกรุงเทพ (BAC) ที่เราเรียนอยู่
ภู : แต่ก็ไม่ใช่ว่านักศึกษาที่นี่จะไม่เก่งภาษาอังกฤษนะครับ พูดง่ายๆ คือเป็นการสมัครใจดีกว่า ว่าจะไปเรียนที่แคนาดาหรือว่าจะมาทาง BACธรรม์ : แต่พอจบมาจะเป็นปริญญาบัตรชุดเดียวกัน แต่ชั่วโมงจะต่างกัน ชั่วโมงที่ฝึกบินที่ได้ที่โน่นจะน้อยกว่า
พวกเราตั้งใจที่จะเรียนการบินตั้งแต่แรกหรือเปล่า
ตอม, ธรรม์, ภู : ใช่ครับ ตั้งใจมา
ที่เราฝันไว้กับที่เรามาเรียนจริงๆ มันต่างกันไหม
ธรรม์ : ต่างกันมากเพราะดูเป็นอาชีพที่สวยหรู แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ คืออย่างหมอรับผิดชอบชีวิตคนหนึ่งคนในแต่ละเคส แต่ของนักบินเราต้องรับผิดชอบผู้โดยสาร 400 คน เราพลาดคนเดียว ข้างหลังตายหมด
อะไรสำคัญที่สุดของการเป็นนักบิน
ตอม, ธรรม์, ภู : ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ ความขยัน
ที่นี่เวลาเรียนจบแล้วเราจะไปทำอาชีพนักบินอย่างไร
ธรรม์ : รุ่นแรกที่จบของเรา ตอนนี้กำลังสมัครสอบเข้าการบินไทย แอร์เอเชีย ที่นี่จบออกมาจะเป็นนักบินพาณิชย์ก็ได้ แต่ถ้าใครคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อม อยากหาประสบการณ์เพิ่ม ก็อาจจะไปศึกษาต่างประเทศต่อ หรือว่าที่โรงเรียนการบินกรุงเทพที่นักศึกษา ม.รังสิต มาเรียนบิน ก็จะมีเปิดคอร์ส IP คือ Instructor Pilot เป็นคอร์สที่เรียนเป็นครูการบินได้อีก แต่ส่วนใหญ่จะไปสมัครเป็นนักบิน Airline (สายการบิน) มากกว่า ส่วนที่ไปเรียนต่างประเทศ คือไปหาประสบการณ์ที่มากขึ้น เพราะสภาพพื้นที่สภาพอากาศในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน การไปเรียนเพิ่มก็จะได้ประสบการณ์เพิ่ม
แล้วนักบินจะมีแบ่งเป็นระดับเป็น Level ไหม
ธรรม์ : ก็จะมีใบแรกคือ Private Pilot License (PPL) คือเป็นใบประกาศสำหรับนักบินส่วนบุคคล ที่บินคนเดียว แล้วก็จะมีเป็น Commercial Pilot License (CPL) ใบนี้ก็จะสามารถบินรับส่งผู้โดยสารได้ แต่ว่าในแต่ละขั้นก็จะมี rating เข้าไปอีก เป็นใบพ่วงท้ายครับ เช่นว่ามี rate ข้างหน้าว่าสามารถบินในสภาพอากาศที่ไม่ดีได้ มี rate เจ๊ทอะไรพวกนี้ครับ แล้วสูงสดก็จะเป็นATPL (Airline Transport Pilot License) ที่ชั่วโมงบินจะต้องสูง ซึ่งที่สถาบันการบินจบมาก็จะได้ CPL
ถามหน่อยว่า นักบินรายได้ดีไหม
ภู : ก็ดีนะครับ ผมว่าดีเลยแหละครับ
ช่วยเล่าเรื่องประเพณีที่นี่ ที่มีการราดน้ำเย็นๆ หลังจากที่ได้บินเดี่ยวครั้งแรกให้ฟังหน่อย
ธรรม์ : เราเริ่มบินจริงครั้งแรก คือบินที่โรงเรียนการบินกรุงเทพ 5 ไฟลท์ เพื่อที่จะเรียนรู้ว่าเครื่องทำงานอย่างไร ต่อจากนั้นก็ไปเรียนที่โคราช 2 อาทิตย์ ก็จะบิน 10 ไฟลท์ จะมีครูมาประกบทุกวันๆ จนถึงวันที่ครูคิดว่าปล่อยเราบินเดี่ยวได้ เราก็จะได้บินไปกับครูก่อนรอบนึง พอเอาเครื่องลงมา ครูก็จะลงจากเครื่องแล้วก็ปล่อยเราขึ้นบินคนเดียว แล้วพอเราบินเองแล้วลงมา ก็ถือว่าเราได้ "Solo” (บินเดี่ยว) แล้ว เพื่อนๆ และครูก็จะมีการแสดงความยินดี โดยเอาน้ำเย็นๆ จัดมาราด เป็นประเพณีที่ช่วยการเรียกสติกลับมาหลังจากได้บินเดี่ยวครั้งแรก
แล้วตอนที่เราได้บิน Solo ครั้งแรกเรารู้สึกยังไง
ภู : ต้องเล่าก่อนว่า 10 ไฟลท์ก่อนหน้าจะมีการปล่อยเดี่ยวจะหนักมาก ก็จะบินไฟลท์ละชั่วโมง บินทุกวัน มันเป็นความรู้สึกที่เครียด แต่ว่าเราก็ไม่ท้อ เพราะว่ามันสนุกครับ แล้วพอวันนึงครูบอกว่า โอเคคุณพร้อมที่จะไปบินเดี่ยว คืนนั้นก็นอนกันไม่หลับเลย แล้วพอถึงเช้าวันนั้นผมก็ขึ้นไปกับครูก่อน ก็ไปเช็กแอร์เวิร์ก ก็ไปทำท่าทำอะไรต่างๆ ให้ครูดู พอเสร็จแล้วก็บินมาลงสนาม ครูก็บอกผมว่าโอเคคุณพร้อมบินเดี่ยวแล้วล่ะ ความรู้สึกแรกที่เรารู้สึก คือหันไปแล้วไม่เจอครู แต่ก็คิดว่าโอเค เราไม่ลืมสิ่งที่ครูเขาสอนมา ก็พูดไปเรื่อยตามที่ครูเขาสอนมาครับ ก็คือไม่ประมาท แต่ก็ตื่นเต้นครับ
ธรรม์ : ก็คล้ายๆ กัน ตื่นเต้น ดีใจ แล้วก็กลัว
ตอม : จังหวะที่ลงจอดแล้วครูก็ลงไปให้เราขึ้นเครื่องคนเดียว อารมณ์ตอนแรกก็รู้สึกหวั่นๆ นิดหน่อย แต่ว่าเราต้องรวบรวมสติขึ้นมา จับคำสอนที่ครูได้สอนเอาไว้ ก็ต้องเอามาใช้ให้ได้
มีประสบการณ์บินไหน ที่เราเคยเจอมาแล้วไม่เคยลืม
ภู : เกือบได้โหม่งโลกเลยครับ คือผมบินเข้าไปแล้วก็เจอสภาพอากาศที่ไม่ดี ตอนนั้นก็กำลังจะเลี้ยวอยู่ ซึ่งตามหลักปฏิบัติแ้ว เขาไม่ให้บินเข้าเมฆ แต่ตอนนั้นผมเข้าไปโดยที่ผมไม่เห็น ก็บินเข้าไปเรื่อยๆ สักพักลมมันก็ตี เครื่องมันก็พลิกไปเรื่อยๆ แล้วเรามาเห็นอีกทีตอนที่หน้าเครื่องมันเริ่มจะทิ่มแล้ว ตอนนั้นชาไปหมดทั้งตัว เพราะหลุดเมฆมาปุ๊บก็เจอพื้นเลย แต่เราก็แก้ไขกันไป ก็ดึงหัวขึ้นมา
ฝากอะไรถึงน้องๆ
ขอให้คิดให้ดีก่อน ศึกษาข้อมูลให้ดี แล้วก็ถามใจตัวเองว่าพร้อมแล้วไหมที่จะยอมทิ้งชีวิตสนุกๆ ในมหาวิทยาลัย มาทำการบินตรงนี้ เพราะว่าไม่ค่อยได้ไปเที่ยวเล่นเหมือนคณะอื่นๆ ตีสี่ตีห้าก็ตื่นมาบินกัน กลับมาก็เย็น ทรงผมก็ไม่ได้ไว้แบบเกาหลงเกาหลี เพราะนักบินต้องตัดผมทรงที่น่าเชื่อมั่นสำหรับผู้โดยสาร ฉะนั้นแล้วต้องคิดให้ดีๆ ก่อน แต่ถ้าเราชอบจริงๆ มุ่งมั่นจริงๆ ก็มาเรียนบินครับ
ขอขอบคุณ พล.อ.อ.คธาทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา คณบดีสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต และ Bangkok Aviation Center (BAC) สำหรับสถานที่ถ่ายทำ




















Nat_Nattaya (0)
อยากเห็นนักบินมาตั้งแต่ ม.1แล้วค่ะ ชอบมากๆ รักการขับเครื่องบิน (3 week 1 day ago)