Skoolbuz ขออาสาพาน้องๆ มารู้จักกับ MCGP โครงการศึกษาดนตรีที่มีคุณภาพ วิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ของ มหาวิทยาลัยมหิดล สำหรับใครที่อยากเรียนดนตรีอย่างมีมาตรฐาน ก็ลองเข้ามาเรียนได้นะจ๊ะ และที่สำคัญที่นี่สามารถสอบเทียบวัดความรู้ด้านดนตรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอบวัดระดับจากกรรมการชั้นนำของดนตรีระดับประเทศ ไม่จำกัดเครื่องดนตรีอีกด้วย มีทั้งดนตรีไทย ดนตรีสากล ดนตรีพื้นบ้านอย่างการเป่าแคนก็มีเช่นกัน นำทีมโดย ดร.สมชัย ตระการรุ่ง รองคณะบดีฝ่ายวิชาการ และวิจัย จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดูแลการเรียนการสอนทั้งหมด ตามพี่ Skoolbuz มาดูเลยดีกว่าว่าสถาบันแห่งนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
.jpg)
คลิปบรรยากาศ และการสัมภาษณ์
บรรยากาศการเรียนที่มีแต่เสียงดนตรีทำให้จิตใจของเราผ่อนคลายได้จริงๆ ดูจากหน้าตาของเด็กที่มาเรียนแต่ละคน และอาจารย์ผู้สอน ที่ต่างพากันยิ้มแย้มทักทายกันเหมือนน้องมาหาพี่ มากกว่านักเรียนกับคุณครู ยิ่งพอมาพบกับ น้องอ๋อง ชยธร เกษมอานันทนะ จากโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก ที่เป็นตัวแทนพาทัวร์สถาบันแห่งนี้ ก็สนุกเข้าไปใหญ่ เพราะความสดใสเป็นกันเองของน้องอ๋องที่พาเราไปรู้จักทั่วทุกมุมของ MCGP สาขาพารากอน ก็ทำให้รู้ว่าเด็กไทยของเรามีความสามารถเกินวัยกันจริงๆ
ไม่ใช่แค่น้องอ๋องแต่ยังมีอีกหลายคนที่ซุ่มเงียบอยู่ในห้องเรียน ดูจากอายุแล้วแต่ละคนคงแอายุแค่เพียง สิบต้นๆ เท่านั้น แต่ความตั้งใจในการเล่นของแต่ละคนแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการเล่นดนตรีอย่างแท้จริง และน้องอ๋องของเราก็เช่นกัน เห็นอายุเพียงแค่ 16 - 17 ปีแต่ความสามารถของน้องอ๋องนั้นมีมากมาย ไม่ได้เพียงแค่ชอบเรียนดนตรีแค่อย่างเดียวเท่านั้น แต่น้องเล่นได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกลอง กีตาร์ เบส แต่ส่วนตัวแล้วน้องอ๋อง ชอบกลองเป็นพิเศษ แถมฝีมือยังเยี่ยมอีกด้วย
"ความต่างของเครื่องดนตรี ผมว่ามันต่างตรงที่ความรู้สึก สมมติว่าเด็กคนนึงเล่นกีตาร์
แต่เพื่อนให้เค้าเล่นกลอง เค้าอาจเล่นกลองได้ไม่ดีเท่ากีตาร์ที่เค้าชอบก็ได้ "
.jpg)
น้องอ๋องเป็นอีกหนึ่งคนที่มีใจรักทางด้านเสียงดนตรี น้องอ๋องให้คำจำกัดความของดนตรีให้เราฟังว่า
" ผมว่าดนตรีคือเครื่องกล่อมเกลาจิตใจคนให้มีความสงบ ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตายดนตรีก็เป็นส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตเรากันอยู่แล้วใช่มั๊ยครับ เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ อกหักก็ต้องฟังเพลง มีความสุขก็ต้องฟังเพลง ทุกอย่างรอบตัวเราคือเพลงทั้งนั้น ที่สำคัญดนตรีสำหรับผมมีไว้ถ่ายทอดความรู้สึก และความชอบของผมได้ดีที่สุดด้วยครับ จะให้ผมไปเล่นอย่างอื่นก็คงทำได้ไม่ดีเท่าดนตรีที่ผมชอบน่ะครับ (ยิ้ม) "
จากประสปการณ์ทางด้านดนตรีที่มีมาตั้งแต่เด็ก และที่บ้านให้การสนับสนุนรวมไปถึงการรวมกลุ่มกับเพื่อนที่เล่นดนตรีในโรงเรียน และร่วมเข้าประกวดหลายรายการบ่อยๆ ทำให้น้องอ๋องรู้ตัวว่าดนตรีนี่แหละคือทางเลือกของน้องอ๋องที่จะก้าวเดินต่อไปในอนาคต พี่ Skoolbuz เลยถามถึงสาเหตุของการเข้ามาเรียนที่นี่
.jpg)
"ผมมาเลือกเรียนที่นี้ก็เพราะอยากเรียนเสริม อีกอย่างคือที่นี่มีสอบวัดเทียบวัดระดับความรู้ทางด้านดนตรีด้วยอ่ะครับ มีเครื่องดนตรีทุกชนิดเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีไทย เครื่องดนตรีสากลก็มีหมด อาจารย์ที่สอนก็เป็นอาจารย์จากมหิดล และเป็นนักดนตรีที่จบมาทางด้านนี้โดยตรงด้วย ที่สำคัญเรื่องมาตรฐานการสอบเทียบของที่นี่สามารถยื่นใช้ได้เป็นสากลทั่วไปเลยครับ "
"สำหรับเรื่องการเรียนต่อผมก็อยากเรียนต่อทางด้านดนตรีนะครับถ้าเป็นไปได้ เพราะเป็นสิ่งที่ผมถนัดแล้วก็ชอบจริงๆ อะไรก็ตามที่เราชอบผมว่าเราเรียนออกมาได้ดีนะ อย่างดนตรีผมว่ามันติดตัวเราไปตลอดชีวิต เพราะเป็นทักษะของเราเอง เป็นความถนัดของเราเอง และการเล่นดนตรีก็ทำให้เรามีความสามารถพิเศษสามารถติดตัวไปในรั้วมหาลัยได้ด้วยครับ"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โครงการศึกษาดนตรี เป็นโครงการที่ใช้เป็นสนามสำหรับงานวิจัยดนตรีเพื่อการเปลี่ยนแปลงการศึกษา และความเชื่อเรื่อง “พรสวรรค์” แต่สิ่งสำคัญสุดก็คือ โครงการนี้เป็นหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอนดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไปนอก วิทยาลัย ที่สนใจจะเรียนดนตรีในลักษณะที่มีหลักสูตรเป็นมาตรฐาน มีการจัดการเรียนการสอนจนกระทั่งถึงการสอบวัดผลอย่างมีประสิทธิภาพ
จากการสำรวจและศึกษาพบว่านักศึกษาที่เข้าเรียนวิชาดนตรีในระดับปริญญาตรีมี ความรู้ความสามารถไม่พอ เนื่องจากความรู้พื้นฐานทางดนตรีน้อย และเริ่มเรียนดนตรีช้าเกินไป นอกจากนี้เด็กที่เรียนดนตรี ไม่ได้มีความสนใจดนตรีเท่าที่ควร จึงมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ทำไมเด็กไทยแตกต่างไปจากเด็กที่เล่นดนตรีในยุโรป ทำไมเด็กปี่พาทย์เล่นดนตรีตั้งแต่ยังเล็กและเก่งได้ ทำไมเด็กเรียนดนตรีที่โรงเรียนแล้วไม่เก่ง เป็นต้น
เมื่อเดือนเมษายน 2538 คณะผู้บริหารศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ได้จัดมหกรรมดนตรี มีการประกวดวงดนตรีเครื่องเป่า การแสดงดนตรีคลาสสิค นิทรรศการดนตรี ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนพอสมควร เมื่อสิ้นสุดงานมหกรรมดนตรีทางผู้บริหารเสรีเซ็นเตอร์ก็เสนอให้ช่วยคิด โครงการต่อเนื่อง ดังนั้นโครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไปจึงถูกนำเสนอทันที

โครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนกรกฎาคม 2538 แล้วเสร็จเปิดโครงการเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2538 เพื่อที่จะศึกษาค้นคว้าความสามารถความถนัดทางดนตรีของเด็ก ภายใต้งานวิจัยเรื่องพรสวรรค์ศึกษา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
งานวิจัยพรสวรรค์ศึกษาในโครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป ทำหน้าที่ศึกษาค้นคว้าความถนัดและความสามารถทางดนตรีของเด็ก ขณะเดียวกันก็เปิดรับบุคคลทั่วไปที่อยากจะเรียนดนตรีเพื่อความสุขส่วนตัว เรียนดนตรีเพื่อเป็นหุ้นส่วนชีวิตหรือเรียนดนตรีเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ก็ตาม ซึ่งมีผู้สนใจเข้าเรียน ส่งลูกหลานเข้าเรียนดนตรีเป็นจำนวนมาก
นักเรียนสามารถเรียนได้เป็นรายชั่วโมง รายสัปดาห์ รายเดือน และรายภาคการศึกษาขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ระบบการเรียนส่วนใหญ่จัดให้เรียนแบบตัวต่อตัว เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ มีครูประจำ พนักงานประจำ ครูพิเศษ มีผู้จัดการโครงการ โดยโครงการเปิดสอนทุกวันเหมือนกับศูนย์การค้าที่ให้บริการทุกวัน
"โครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นโครงการนำร่องของการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ บริหารจัดการด้วยตนเอง จัดกิจกรรมดนตรี ทำหน้าที่ทางวิชาการและบริการสังคม เป็นต้นแบบของการจัดการศึกษาในศูนย์การค้า ทำให้โฉมหน้าของการศึกษาดนตรีในประเทศไทยเปลี่ยนไป ส่งผลให้เกิดโรงเรียนดนตรีตามมาตรา 15(2) เกิดขึ้นมากมาย ศูนย์การค้าทุกศูนย์มีโรงเรียนดนตรี การศึกษาดนตรีได้ขยายเป็นวงกว้างขวางขึ้น "
โครงการศึกษาดนตรี ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ จัดการเรียนการสอนด้วยหลักสูตรที่จัดทำและพัฒนาขึ้นโดยคณาจารย์ผู้ทรง คุณวุฒิ แบ่งโครงสร้างหลักสูตรเป็น 4 ขั้น12 ระดับ ได้แก่ ขั้นดนตรีพื้นฐานสำหรับเด็กเล็ก ขั้นเตรียมเครื่องมือ ปฏิบัติเครื่องมือ (12 ระดับ) และหลักสูตรเรียนรวมวง โดยแบ่งออกเป็น 8 ภาควิชา ประกอบด้วยภาควิชาเปียโน ภาควิชาเครื่องสายตะวันตก ภาควิชาเครื่องเป่าและเครื่องกระทบ ภาควิชากีตาร์ ภาควิชาทฤษฎีดนตรี ภาควิชาดนตรีสำหรับเด็กเล็ก ภาควิชาดนตรีไทย และภาควิชาขับร้อง แต่ละภาควิชามีการจัดสอบวัดระดับความสามารถทางดนตรีตามหลักสูตรที่วิทยาลัยกำหนด

เคยมีนักปราชญ์ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ดนตรีเป็นภาษาสากลของมนุษยชาติเกิดขึ้นจากธรรมชาติและมนุษย์ได้นำมาดัดแปลงแก้ไขให้ประณีตงดงามไพเราะเมื่อฟังดนตรีแล้วทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ ” เห็นชัดได้ว่า ไม่ว่าเป็นคนชาติไหนภาษาไหนทุกคนย่อมมีดนตรีอยู่ในจิตใจกันทั้งนั้น และดนตรีเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารต่อกันได้อย่างลึกซึ้ง และสวยงาม ดนตรีอาจจะดูต่างจากคำพูดที่คนฟังอาจจะไม่ได้เข้าใจได้โดยตรง แต่เพียงคนฟังต้องใช้ใจฟัง ทุกถ้อยคำและท่วงทำนองที่กลั่นออกมา เพียงแค่นี้ก็ทำให้เราเดาใจผู้สื่อสารออกมาได้ไม่ยาก
พี่ Skoolbuz เลยอยากฝากดนตรีให้น้องๆ ทุกคนที่สนใจที่มีเวลาว่าง และอยากใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ลองหันมาเล่นดนตรีกัน นอกจากได้ความรู้ เพิ่มเติมด้วยแล้ว ดนตรียังคอยขัดเกลาจิตใจของเราอีกด้วยนะจ๊ะ สำหรับวันนี้พี่ Skoolbuz ขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า พี่ Skoolbuz สัญญาว่าจะนำความรู้ดีๆ และน่าสนใจมาฝากทุกคนอีกแน่นอนจ้า
.jpg)
ขอขอบคุณ MCGP โครงการศึกษาดนตรี กับ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม. มหิดล สาขา พารากอน ,
ดร.สมชัย ตระการรุ่ง รองคณะบดีฝ่ายวิชาการ และวิจัย จากมหาวิทยาลัยมหิดล
น้องอ๋อง ชยธร เกษมอานันทนะ
.png)














tooktaza (0)
ดนตรีๆๆ (5 month 4 week ago)