Close
##[setQuiz]##
ตอบโลด

00:00

 
กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่...

Find People


  •  
  •  
  •  
  •  

 

  •  
  •  
  •  
  •  

ผลการค้นหา

 



Following

2

Follower

20

ความดี0%
ความขยัน0%



Skoolbuz
Pleng
Zheza
จำฉันไว้ในระบบ ลืมรหัสผ่าน?
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

รายการย้อนหลัง

SkoolTalk ที่สุดของปี 2011
อีกไม่กี่อึดใจก็เข้าปี 2012 สคูลบัสเลยขอพาน้องๆ...
รู้จัก Four - Mod กับ I AM Four - Mod
ถ้าพูดถึงโฟร์ มดใครๆ ก็คงจะต้องนึกถึงภาพของสองส...
"ศิลปะกระโดดข้ามช่อง" กับ iannnnn ผู้ก่อตั้งเว็บ F0nt เจ้าของเว็บ Fail
ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงการประกาศรางวัล Skoolbuz Awa...
เข้าถึง fashion กับ บรรณาธิการบริหาร Cheeze Mag คุณปู จิรัฎฐ์
      เราต้องยอ...
โน๊ต เชิญยิ้ม - อีกมุมมองของตลกไทย
คำจำกัดความของคำว่า "ตลก" ใครได้ยินก็...
กลับไปที่ Skool Talk

วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง

จากคอลัมน์ คลิป คนพันธุ์ R

หน้าหลัก » SkoolMag » Skool Talk » พัฒนะ จิรวงศ์ - ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี

พัฒนะ จิรวงศ์ - ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี

โดย SkoolMag

ให้คะแนน
ชอบเรื่องนี้

" ถ้าพูดถึงคำว่าสารคดีหลายๆ คนก็อาจจะพากันส่ายหน้า และปฏิเสธที่จะไปดูตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไปสัมผัส แต่รู้ไหม ว่าสิ่งที่เราคิดว่ามันน่าเบื่อ กลับมีผู้ชายคนหนึ่งที่คิดตรงกันข้าม ที่คิดว่าสารคดีนั้นคือตัวตนของเขามากที่สุด และไม่เคยเบื่อเลยที่จะต้องอยู่กับมัน มารู้จักกับเขา ตั้ม พัฒนะ จิรวงศ์ ผู้ชายที่เรียกภาพยนต์สารคดีว่า เป็นหนังที่มีชีวิต.. "

 

 

 

 

 

 

 

 

" คุณตั้ม พัฒนะ จิรวงศ์ " เป็นอีกหนึ่งคนที่มีผลงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเขียนบทเรื่อง "พุ่มพวง" กับคุณ บินหลา สันการาคีรี หรือจะเป็นการทำหนัง และเขียนบทภาพยนตร์กับค่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ายสหมงคลฟิล์ม  ค่ายพระนครฟิล์ม  เช่นเรื่อง เขาชนไก่  ตายโหง หรือจะเป็นเรื่องความสุขของกะทิที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มภาพยนต์ชูใจกลุ่มทำภาพยนตร์ที่รวมตัวกันทำหนังเฉพาะกิจขึ้นมาจากกลุ่มเพื่อนๆ ที่รักในการทำหนังภาพยนต์..

 

 

 

 

 

คลิปบทสัมภาษณ์จากคุณ ตั้ม พัฒนะ จิรวงศ์

 

 

ผลงานรางวัล



   *   สุทธ์ Sooth, his pure story ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ประเภทบุคคลทั่วไป ในงานประกวดภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 8 จัดโดยมูลนิธิหนังไทย


     -    Tears ได้รับรางวัลรองชนะ เลิศช้างเผือกพิเศษ ในงานประกวดภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 7 จัดโดยมูลนิธิหนังไทย ,ได้รับคัดเลือกเข้าประกวดในเทศกาล 2003Up and coming film festival ที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมัน ,ได้รับคัดเลือกเข้าประกวดในเทศกาล 2004Busan Asian Short Film Festival ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้


     -   I express it on my bodyเป็น ภาพยนตร์สั้นที่สร้างขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ จากโครงการ one man band project ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยนักทำหนังจากเกาหลีใต้ให้โอกาสแก่ผู้กำกับไทย เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้เพื่อสร้างภาพยนตร์ตามที่ตัวเองปรารถนา ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคัดเลือกเข้าประกวดในเทศกาล Bangkok International Film Festival และฉายโชว์ในงาน Tampere Shortfilm Festival ประเทศฟินแลนด์


   *   Pick up ได้รับคัดเลือกแสดงงานใน เทศกาลหนังสั้นแห่งอาเซียน ซึ่งจัดโดยสมาคมฝรั่งเศส โดยภาพยนตร์สั้นที่ได้รับคัดเลือกจะได้แสดงงานที่ประเทศไทย ฝรั่งเศส และจีน


   * Looking through the glasses ได้รับ รางวัลรัตน์ เปสตันยี ซึ่งเป็นรางวัลชนะเลิศในประเภทบุคคลทั่วไป ในงานประกวดภาพยนตร์สั้นครั้งที่5 จัดโดยมูลนิธิหนังไทย ได้ รับคัดเลือกเข้าประกวดและฉายในงาน2001 Up and coming film festival ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง ฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมัน และได้รับคัดเลือกแสดงงานในเทศกาลสำคัญทั่วโลก อาทิเช่น Bangkok International Film Festival2001

 

 

เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจในการทำภาพยนตร์แต่ละครั้งนั้น คุณตั้มได้บอกกับเราว่า

" แรงบันดาลใจเกิดจากรอบตัวเราทั้งนั้นแหละครับ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ตนเองได้พบ หรือเป็นเรื่องที่ได้ยินมาอีกที "

จนมีวันหนึ่งที่เขาได้ร่วมมือกับมูลนิธิสายธารแห่งความหวัง "วิชชิ่ง เวล" ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มีจุดประสงค์เพื่อสานฝันให้กับเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้เริ่มทำหนังสารคดีเต็มรูปแบบนั่นก็คือเรื่อง

 

 

 






I’m fine, thank you and you? ในปี 2551  เป็นเรื่องราวของเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งครั้งสุดท้าย บันทึกเรื่องราวของความฝันและชีวิตช่วงสุดท้ายของเด็กๆ ก่อนที่ ‘มะเร็ง’จะพาเค้าจากโลกนี้ไป แต่ทุกอย่างในหนังเรื่องนี้กลับตรงกันข้าม สิ่งต่างๆ ล้วนแสดงให้เห็นถึงความสุข และเสียงหัวเราะเช่นเดียวกับชื่อเรื่องที่ต้องการจะบอกพวกเราทุกคนว่า พวกเค้า "สบายดี"  ...

 

 

 

 

" จริงๆ ก็ไม่ใช่นางงามนะครับ (หัวเราะ) ที่ต้องช่วยเหลือเด็กเพียงแต่ว่ามันมีเรื่องที่อยากถ่ายทอด  อย่างเรื่อง i'm fine ผมก็ได้มาจากมูลนิธิ  วิชชิ่งเวล ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ช่วยเหลือเด็กที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และมีวัฒถุประสงค์ที่ต้องการช่วยสานฝันให้เด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายก่อนสิ้นชีวิต แค่จุดประสงค์ก็รู้สึกว่าคือพล๊อตหนังดีๆ เรื่องหนึ่งเลย ก็เลยสนใจ"

 

 

 

 

 

รูปแบบของหนังสารคดีของตั้ม พัฒนะ จิรวงศ์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีเรื่องที่นำเสนอออกมาอีกสองเรื่องนั่นก็คือ เรื่อง "ฉันอยู่นี่ เธออยู่ไกล i'm here you're far " เป็นเรื่องราวภาคต่อของเด็กโรคมะเร็งกับหนังเรื่องปัจจุบันของเขา "ฉันอยู่นี่ เธออยู่ไหน missing piece"

 

 

 

" เรื่อง ฉันอยู่นี่ เธออยู่ไกล เป็นตัวคั่นกลางระหว่างหนังเรื่อง i'm fine thank you กับ missing piece  ผมเอากล้องวิดิโอให้เด็กสองคนที่อยู่ไกลกัน คนหนึ่งก็คือเด็กเป็นมะเร็งจากเรื่อง แอมไฟน์ คนหนึ่งเป็นมะเร็งอยู่กรุงเทพฯ และในช่วงเวลาเดียวกันก็ไปรู้จักน้องคนหนึ่งที่อยู่พังงา ซึ่งโดนสึนามิ แล้วเรารู้สึกว่าทุกอย่างใกล้กัน คนหนึ่งเคยผ่านความตายมาแล้ว อีกคนหนึ่งกำลังจะเสียชีวิต ก็เลยให้เค้ารู้จักกัน แต่ด้วยความที่อยู่กันไกลมากเลยส่งกล้องวิดิโอให้เค้าถ่ายหากัน แล้วเราเองก็เป็นคนกลาง ที่เอาวิดิโอจากที่นี่ให้คนหนึ่งดูให้เค้ารู้จักกัน เราเลยรู้สึกว่ากล้องวิดิโอเป็นสื่อที่น่าสนใจ เป็นสื่อที่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนทำหนังจริงๆ ก็ได้ใครก็สามารถใช้สื่อสารได้ "



 

 

 

 

 

และจนมาถึงเรื่องที่เพิ่งเข้าฉายไปไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่อง

"ฉันอยู่นี่ เธออยู่ไหน missing piece"

 


" เรื่องนี้ที่ยังคงใช้คอนเสปต์การใช้วิดิโอเล่าเรื่อง  แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือการทำให้คนพิการเป็นกลุ่มคนทำหนังสั้น  และยังมีเรื่องของกระบวนการที่อยากรู้ความคิด ของคนกลุ่มหนึ่งผ่านการใช้กล้องวิดิโอ และคนพิการอย่างเค้าก็เป็นความขัดแย้งในตัว "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณตั้ม พัฒนะ จิรวงศ์ผู้กำกับมาดเซอร์ฝีมือดีที่มีประสปการณ์ในการทำงานมามากมาย และอีกหนึ่งบทบาทที่กำลังทำอยู่นั่นก็คือการเป็นอาจารย์สอนภาพยนตร์ อยู่ที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ ด้วยความที่คุณตั้มต้องคลุกคลีอยู่กับหนังตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงานในบทบาทต่างๆ ทำให้พี่ Skoolbuz สงสัยไม่ได้ว่าอะไรคือเสน่ห์ของภาพยนตร์สารคดี ที่ทำให้คุณตั้ม อยู่กับมันได้ตลอดเวลา

 

"เสน่ห์ของมันหรอครับ ผมว่าอยู่ที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง คือผมเป็นคนชอบเรื่องประวัติศาสตร์ อะไรที่เกิดขึ้นมาแล้ว แล้วเราไปเห็นเราจะตื่นเต้น เช่นหนังเรื่องแรกของโลก หรือคลิปเสียงอย่างเช่นวันก่อนผมเข้าไปในเว็บไซท์หนึ่งแล้วได้ไปฟังเสียงที่โทมัส เอดิสัน บันทึกเป็นคลิปเสียงคลิปแรกของโลก  ฟังก็ฟังไม่รู้เรื่องเลยนะว่าเค้าร้องเพลง หรือเค้าพูดว่าอะไร แต่ว่า มันเห็นภาพสมัยก่อน คือผมจะตื่นเต้นกับเรื่องแบบนี้มากกว่าที่จะไปตื่นเต้นกับอนาคตโลกว่าจะเป็นยังไง จะไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ว่าอะไรที่เกิดขึ้นมาแล้วจะตื่นเต้นกว่า"

 

รู้ตัวเมื่อไหร่ว่าชอบทางด้านภาพยนตร์ ?

 

" ที่บ้านชอบพาไปดูหนังตั้งแต่เด็ก คุณพ่อคุณแม่ชอบพาไปดูหนัง และเราโดนซึมซับโดยเราไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีตอนสอบเอ็นตอน ม. 5 ขณะที่คิดว่าจะเรียนอะไรเพราะตอนนั้นเราไม่รู้ เราสนใจไปหมด เราเลยรู้แต่ว่าอาชีพต่างๆ ที่เราสนใจมันเกิดจากการไปดูหนัง อย่างอินเดียน่าโจนส์เป็นนักโบราณคดีใช่มั๊ย เรากลับมาก็อยากเป็นนักโบราณคดี พอดูอีกเรื่องหนึ่งก็เปลี่ยนอีกละ เราถึงรู้ว่าเราไม่ได้ติดใจในอาชีพของตัวละคร แต่เราติดใจความเป็นภาพยนตร์มากกว่า ก็เลยเลือกมาเรียนด้านนี้ "

 

 

 


 


ข้อดีของหนังสารคดี ?

 

" ข้อดีของหนังสารคดี มันตื่นเต้น เพราะมันเกิดขึ้นจริง เอาง่ายๆ เช่นตึกเวิร์ดเทรดถล่ม มีหนังหลายเรื่องที่สร้างจากเรื่องนี้ แต่ดูยังไงก็ไม่อินเท่ากับเห็นภาพคลิปที่ตึกถล่มในยูทูปใช่มั๊ยครับ เห็นแค่เครื่องบินจริงๆ ที่บินชนตึกเวิร์ดเทรดก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นแล้ว นี่แหละครับหนังสารคดีที่บันทึกจากเรื่องจริงมันก็น่าสนุกกว่าหนังทั่วไปอยู่แล้ว "

 

 

ถ้าคนรุ่นใหม่อยากมาทำหนังสารคดีบ้าง ?

 

" ก็เหมือนคนที่อยากเป็นผู้กำกับหนังทั่วไป คือต้องเปิดกว้าง รับสื่อเยอะ อย่างแรกคือต้องให้ตัวเองเปิดรับเรื่องการเล่าเรื่อง คือในโลกมีเรื่องให้เล่าเยอะมาก แต่อยู่ที่ว่าเราจะเล่าเรื่องไหน เช่นเราเห็นเหตุการณ์หนึ่ง แต่เราก็ควรต้องต่อยอดเรื่องราวอัตโนมัติว่าจะต้องต่อไปเป็นยังไง เช่ื่อว่าทุกคนต้องฝึก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าฝึกอย่างเดียวพอรึเปล่า การฝึกถ่ายฝึกกันได้ แต่ในแง่ของการเล่าเรื่องต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง "

 

 


 

 

 

" หนังสารคดีก็เป็นหนังอีกมุมหนึ่งที่ พี่ Skoolbuz อยากพาทุกคนให้เข้าไปลอง  ถึงแม้ว่าอาจจะดูแตกต่างจากหนังทั่วไปที่เน้นความบันเทิง และปรุงแต่งหน้าตาตัวละครขึ้นมาให้เราได้รับความอรรถรสแต่เนื้อหาของหนัง สารคดีนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สะท้อนออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุดของสภาพสังคม ชีวิต ความเป็นอยู่ เราจะเห็นโลกอีกโลกหนึ่งที่เราอาจจะไม่เคยรู้ และไม่เคยสนใจ แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าโลกใบนั้นอาจจะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่คอยสอนชีวิตเราอยู่กลายๆ ก็ได้... "

 

 


 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ   คุณตั้ม พัฒนะ จิรวงศ์   , ร้าน mad hatter พหลโยธิน 14

 

 

 

 

 

 

 

Tags: พัฒนะ จิรวงศ์, ตั้ม พัฒนะ, ตั้ม พัฒนะ จิรวงศ์, กลุ่มภาพยนตร์ชูใจ, ชูใจ, พุ่มพวง, หนังสั้น, รางวัลหนังสั้น, หนังอินดี้, หนังนอกกระแส, ภาพยนตร์นอกกระแส, ภาพยนตร์สารคดี, หนังสารคดี, โรงหนังเฮาส์, เฮาส์ RCA
Prev Next
Copy

สงวนลิขสิทธิ์ Copy Right

ขออนุญาตก่อนเผยแพร่

Facebook Shared
Twitter Shared
1649
1
6 ต.ค. 2554

zzameht (0)

ฮากกกก....  (7 month 2 week ago)

บอกต่อตอบ
กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น "คลิกเลย"
กำลังดำเนินการ...
จำนวนคนอ่านกระทู้
จำนวนคนตอบกระทู้
วันโพสต์กระทู้
Back To Top
Library l SkoolMag l Community
Follow Skoolbuz
Become a fan
Skoolbuz.com คือเว็บไซต์ด้านการศึกษา ที่จะแชร์ทุกความรู้และช่วยทำให้เรื่องเรียนนั้นง่าย สบาย สนุก ด้วยความเจ๋งของ ห้องสมุดออนไลน์ ที่ใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะหาข้อมูล คลังรายงาน คลังข้อสอบออนไลน์ ทำการบ้าน ทำรายงาน ติวก่อนสอบ ทำแบบทดสอบ ฯลฯ
แต่เพราะความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน.. Skoolbuz.com ยังมี แมกกาซีน ออนไลน์ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ อุดมไปด้วยสาระและบันเทิง มีเหล่าคนดังและน่าสนใจมาร่วมพูดคุยและตอบคำถามยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนต่อที่ไหน โตขึ้นอยากเป็นอะไร ต้องทำยังไง รวมไปถึงสารพัดปัญหาคาใจวัยรุ่น ..อยากรู้เรื่องอะไร ที่นี่มีคำตอบให้แน่นอน
เรียนๆ เล่นๆ ใช้ชีวิตให้เต็มที่ไปใน Virtual World (โลกเสมือน) และ Social Network ที่หาเพื่อน "ดีๆ" ได้ในสังคมออนไลน์คุณภาพ และสนุกมากๆ! พร้อมลุ้นรางวัลกับกิจกรรมออนไลน์สุดสร้างสรรค์ที่จะมีมาให้มันส์กันตลอด แล้วจะได้รู้ว่าเข้าเว็บไซต์การศึกษาก็เฮฮาได้นะเออ
  • นโยบายส่วนบุคคล