น้องๆ ในวัยเรียนหลายคนที่วาดฝัน และมีเป้าหมายสู่การเรียนที่ประสบความสำเร็จ ได้เข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แต่ไม่รู้ว่าควรจะค้นหาตัวเองและเริ่มต้นความฝันนี้อย่างไร พร้อมทั้งจะจัดการความฝันนี้ให้ไปสู่ความสำเร็จโดยวิธีไหน วันนี้ Skoolbuz จะพาน้องๆไปฟังอีกมุมหนึ่งของแนวคิดทางด้านการเรียน จากศิลปินขวัญใจวัยทีนชื่อดัง ที่ตอนนี้มาทำหน้าที่เป็น Brand Ambasador ให้กับ Skoolbuz Awards 2010 นั่นก็คือ “เชน-ธนา ลิมปยารยะ” ที่วันนี้เขาได้ทำหน้าที่ทั้งเรื่องเรียนและงานได้สำเร็จ จนคนรอบข้างต่างพากันชื่นชมหนุ่มหล่อมากความสามารถคนนี้ด้วยความเต็มใจ เรื่องราวของเขาจะเป็นอย่างไร เราไปติดตามอ่านบทสัมภาษณ์กันได้เลยจ้า

ให้ เชน แนะนำตัวกับ ชาว Skoolbuz
ผม เชน ธนา ลิมปยารยะ ศิลปิน สังกัด อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และเป็นบัณฑิตใหม่ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จาก คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ครับ
ผลงานตอนนนี้มีอะไรบ้าง
ล่าสุดเชนก็ได้เป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัวแล้ว และได้ออกซิงเกิ้ลแรก ที่มีชื่อเพลงว่า ไม่รัก ไม่ไหว ใครยังไม่ได้ดูเอ็มวี ก็รีบหาดูกันได้แล้วนะครับ
ตอนเด็กๆในสมัยเรียนมีความฝันว่าอยากเป็นอะไร
จริงๆตอนเด็กๆ เชน ฝันอยากเป็น นักบินอวกาศ เพราะชอบมาก ตอนนั้นบ้านผมอยู่นครปฐม พอตอนดึกๆ คุณพ่อก็จะนำกล้องดูดาวที่ซื้อไว้มาส่องดูดาวบนดาดฟ้าที่บ้านกัน ทำให้ชอบดาวและท้องฟ้ามาก เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมอยากเป็นนักบินอวกาศ พอโตขึ้นผมคิดว่าโอกาสที่จะได้ทำอาชีพนี้มีน้อย และก็มาค้นพบว่าตัวเองชอบฟิสิกส์ ซึ่งตอนที่ผมเรียนอยู่ ม.5 ผมก็เคยมีโอกาสได้ไปแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก ได้เข้าถึงรอบหลังๆ ของการแข่งด้วยครับ ก็เลยคิดว่าอยากเป็น วิศวะ พอเรียน ฟิสิกส์ ไปนานๆ ก็คิดต่อว่า เราน่าจะมุ่งไปทางหมอฟันดีกว่า เพราะตอนเด็กผมไปหาหมอฟันบ่อยเพราะฟันผมซ้อนกันหลายซี่ จึงรู้สึกชอบอาชีพนี้เลยคิดว่าเราน่าจะเป็นหมอฟันดีกว่า
พอถึงเวลาที่ต้องเข้ามหาวิทยาลัย เชน มีแนวคิดอย่างไรในการเลือกคณะ
ตอนเอ็นทรานซ์ คะแนนทุกวิชาออกมาดีมาก ยกเว้นวิชาเคมีที่ได้คะแนนน้อย เพราะผมไปทุ่มเทเวลาให้วิชาฟิสิกส์ที่ผมชอบเลยไม่ได้เตรียมตัวกับเคมีมาก ก็เลยคิดว่าเราน่าจะลองมาทางอื่นไหมที่ไม่ใช่สายวิทยาศาสตร์ เพราะภาพรวมของคะแนนที่ออกมามันเริ่มไม่สอดคล้องกับความฝันที่ตั้งใจไว้ และพอดีกับช่วงนั้น มีโควต้าสอบตรง ของทางคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมก็เลยลองตัดสินใจไปยื่นคะแนนดู ผลก็คือติดที่คณะนี้ เลยทำให้ตอนม.6 ผมก็เลยไม่เครียดเท่าไหร่เพราะตั้งแต่เทอมแรกเราก็มีมหาลัยที่เราติดแล้ว เราก็รู้แล้วว่าชีวิตมหาวิทยาลัยเราจะเดินไปทางไหน

เชน มีสไตล์ในการเรียนอย่างไร
ผมจะเป็นคนที่เรียน แบบ ลุยๆ ครับ คือผมเป็นคนประเภทที่แบบว่าถ้าไม่เข้าใจในวิชาไหนผมก็จะหยิบสมุดขึ้นมาเล่มนึง แล้วลอกที่ผมไฮไลท์ไว้ในหนังสื มาลงในสมุดให้หมด ไม่ว่ามันจะเยอะขนาดไหน ปากกาจะหมึกหมดไปกี่แท่งผมก็จะทำ เพราะผมคิดว่าเพื่อนเราทำได้ทำไมเราจะทำไม่ได้ คือถ้าผมตามเพื่อนทัน สิ่งที่ผมจะทำต่อไปก็คือการอ่านบทเรียนล่วงหน้า พอมาเรียนในห้องเรียนก็จะทำให้ผมเข้าใจได้ง่ายและเร็วขึ้น
เรียนที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีเป็นอย่างไรบ้าง
ดีนะครับ แต่พอช่วงที่ผมเริ่มเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย ผมก็ได้รับโอกาสเข้ามาในวงการ มาเป็นนักร้อง และงานก็มีเข้ามาเยอะตลอดทำให้ผมเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการเรียนใหม่ คือผมจะเรียนแบบเรื่อยๆแบบประคองตัวได้ เรียนเพื่อให้รู้ ต่างจากเมื่อก่อนที่ผมต้องเอาคะแนนเต็ม เอาเกรด A เอาประกาศนียบัตร แต่พอมาเข้าเรียนมหาลัยผมก็แค่เรียนให้ดี พอใช้ได้ ร่วมกิจกรรมไปด้วยและมีความสุขไปกันคนรอบข้าง
เชน ทำกิจกรรมเยอะไหมตอนเรียนที่ธรรมศาสตร์
เยอะมากนะครับ ตั้งแต่เข้าแรกๆก็เป็น เชียร์ลีดเดอร์โต๊ะคณะ, ลีดเดอร์ของคณะ, ประกวดร้องเพลง ,เล่นละครเวที,เล่นหนังสั้น,เป็นทูต,ถือพาน แทบเรียกว่าผมทำทุกๆอย่างในกิจกรรมของคณะและมหาลัยเลยครับ

คณะบัญชีนี้คนภายนอกอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของการคำนวณ จริงๆแล้วคณะนี้มีเรียนอะไรบ้าง
คณะนี้มีสาขาวิชาหลากหลายครับ ถ้าคนที่ไม่ค่อยถนัดด้านตัวเลข แบบพวกเดบิต,เครดิตหรือ บาลานซ์ ก็สามารถไปเลือกเรียน ไฟแนนซ์(การเงิน) หรือ การตลาด ซึ่งสายนี้ผู้หญิงสวยๆที่มีบุคลิกดีจะชอบเลือกเรียนกัน นอกจากสายพวกนี้ที่คณะก็ยังมีสายทางไอทีที่เรียนเกี่ยวกับพวกลอจิติกส์ (logistic-ระบบการจัดการการส่งสินค้า) หรือทางสารสนเทศที่เรียนการออกแบบธุรกิจ และยังสามารถเลือกเรียนควบคู่กันไปแบบเป็นวิชาเอกและวิชาโทได้ครับ
พอถึงตอนนี้เราเรียนจบเป็นบัณฑิตแล้วเรารู้สึกอย่างไรบ้าง
ตอนนี้ผมต้องการความมั่นคงอย่างใหญ่หลวงเลยครับ มองอนาคต มองหาอาชีพที่สามารถเลี้ยงชีพเราและครอบครัวได้ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาหลังเรียนจบและพึ่งเข้าใจ ต่างกับความรู้สึกตอนเด็กๆ มากที่คิดว่า อยากเรียนจบเร็วๆ จบเมื่อไหร่ค่อยคิดว่าจะทำอะไรก็ยังได้ แต่พอตอนนี้มาได้เห็นและฟังรุ่นพี่ที่เขาจบไปทำงานแล้วทำให้ผมอยากย้อนกลับไปตอนเด็ก พอเรียนจบผมสัมผัสได้ว่าชีวิตเรียนเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดแล้ว เพราะไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องมาสัมผัสโลกภายนอกที่วุ่นวาย

เชน มองอนาคตเรื่องเรียนต่อไว้ว่าอย่างไรบ้าง
ผมคิดว่าในสังคมปัจจุบันนี้จบแค่ปริญญาตรีไม่พอ เพราะถ้าเราเรียนมาแบบสายธุรกิจทั่วๆไปที่ไม่ใช่พวกคณะทางศิลปะจัดๆ ที่บางทีขอให้แค่เก่งแต่เรื่องปริญญาไม่ได้จำเป็น เราก็ควรที่ต้องมีปริญญามากกว่า 1 ใบ เพราะเมื่อเวลาเราไปสมัครงาน คู่แข่งที่มาสมัครก็มีเยอะ บริษัทส่วนใหญ่เขาก็จะมองว่าคุณเรียนจบอะไร จบจากที่ไหนใครมีภาษีดีกว่ากัน
ตอนนี้ เชน คิดว่าเชนอยากเรียนต่อด้านไหน
สำหรับตอนนี้ผมมองว่าผมอยากเรียนต่อด้านนิเทศศาสตร์ครับ เพราะผมคิดว่าผมมาทำงานตรงนี้แบบไม่เคยมีความรู้ด้านตรงนี้มาเลย พอมาทำก็มาเจอกับของจริง ทั้งกล้อง ทั้งไฟ ทำให้ผมอยากลองเรียนพื้นฐานตรงนี้ให้แน่นขึ้นครับ และสิ่งที่คิดว่าสำคัญที่ต้องเรียนตอนนี้คือ ภาษา
เชนมองแผนเรื่องการเรียนภาษาของเชนไว้อย่างไรบ้าง
ตอนนี้ตารางงานผมแน่นมากจึงยังทำได้แค่คิดว่าอยากเรียน แต่ถ้ามีโอกาสผมก็อยากไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศครับ สักหนึ่งเทอมให้เราได้ฟังแบบรู้เรื่องไปเลย เพราะทุกวันนี้เวลาผมดูหนัง ผมก็จะไม่พยายามอ่านคำบรรยายภาษาไทยข้างล่าง จะพยายามฟังเอง แต่ทักษะของผมตอนนี้คือฟังแล้วก็ต้องมานั่งคิดอีกรอบว่าเมื่อกี้คือพูดถึงอะไร ซึ่งจริงๆ ผมอยากเรียนแล้วทำให้พัฒนาทักษะแบบฟังแล้วเข้าใจเลย
เชน ดูแล้วเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ตลอดเวลา
ผมชอบเรียนรู้จากการอ่าน ผมอ่านหนังสือเยอะ ชอบอ่านพ๊อกเก็ตบุ๊คส์ อาทิตย์ละเล่มและชอบเอาสิ่งที่ได้จากการอ่านมาจดเก็บไว้ใช้เป็นความรู้รอบตัว พอผมอ่านมากๆ อ่านหนังสือหลายๆ แบบทำให้ผมคิดได้ว่าทุกๆ เล่มก็ให้แนวคิดในประเด็นที่ใกล้เคียงกัน คือ ทุกอย่างอยู่ที่สมองและจิตใจของเราว่าเราจะเลือกดำเนินชีวิตอย่างไร จะสู้ไหม ซึ่งทำให้ผมคิดได้ว่าทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับตัวเรา

เชนมีความเห็นต่อกิจกรรมการประกวดสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ Skollbuz Awards 2010 อย่างไรบ้าง
สมัยผมสื่อการเรียนที่เห็นแทบทุกวันก็คือ พาวเวอร์พอยท์ (Powerpoint) เป็นเครื่องมือที่ทุกคนรู้จักและคุ้นเคย ผมรู้สึกว่าเหมือนกับการที่เรากินอาหารแบบเดิมๆทุกวันมันไม่มีอะไรน่าสนใจ และคนที่ฟังก็เบื่อและไม่มีสมาธิต่อการเรียน ผมคิดว่าการประกวดครั้งนี้ก็จะเป็นการปรับเปลี่ยนให้สื่อการเรียนเป็นสิ่งที่น่าสนุกและน่าเรียนรู้ยิ่งขึ้น
ตอนที่เชนเรียนมัธยมอยู่ อยากให้มีสื่อการเรียนการสอนแบบไหน
สมัยตอนที่ผมเรียน มีอาจารย์อยู่ท่านหนึ่ง จะชอบให้แบ่งกลุ่มทำงานและให้หัวข้องานแต่ละกลุ่มไป ให้ไปตีโจทย์ในข้อนั้นให้แตกให้เข้าใจและให้ไปการนำเสนอหน้าชั้นในรูปแบบใหม่ เช่น ทำหนังสั้น เล่นละคร หรือใช้เป็นวีดีโอก็ได้ ซึ่งผมมองว่าวิธีการสอนแบบนี้ดีมาก น่าสนใจ ทำให้คนฟังเข้าใจและจดจำได้ง่าย
ถ้าให้เชนเลือกทำสื่อการเรียนการสอน เชนอยากทำของวิชาอะไรมากที่สุด เพราะอะไร
ผมอยากทำวิชา เลข ครับ เพราะผมมองว่าเลขมันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่หลายๆคนคิด ถ้าเราเข้าใจจริงๆในสูตรและการคำนวณ เข้าใจในเคล็ดลับเราก็จะเข้าใจมันง่ายขึ้นมากกว่าการเรียนแบบท่องจำ และต้องนำเสนอออกมาให้คนเข้าใจจริงๆ มีกรณีให้ศึกษาให้ได้ทดลองทำจริง
สุดท้ายนี้เชนอยากฝากอะไรถึงน้องๆที่อยู่ในวัยเรียน
อยากจะฝากถึงน้องๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเรียนโดยเฉพาะน้องมัธยมปลายที่มีเป้าหมายในการที่จะเข้ามหาวิทยาลัยหรือน้องๆ ที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย และมีเป้าหมายที่อยากได้เกียรตินิยมนะครับว่า ทุกครั้งที่เราใช้เวลาไปกับการเล่นเกม ออกไปเที่ยว หรือออกไปเฮฮาสังสรรค์กับเพื่อนๆ ให้คิดไว้เสมอนะครับว่ามีคนอีกเป็นพันเป็นหมื่นที่กำลังอ่านหนังสือ เพื่อมาแข่งกับเราในสนามสอบอยู่ พี่เองก็อยากให้น้องๆ กระตือรือร้นเสมอ ให้เราคิดว่าเราอยู่ในวัยเรียนหน้าที่หลักของเราก็คือการเรียน ทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุดเพราะเมื่อหมดเวลาของการเรียนตรงนั้นแล้วเราจะไม่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตในวิถีแบบนั้นที่จับกลุ่มอ่านหนังสือกับเพื่อนไปเรียนกวดวิชากับเพื่อน จึงอยากให้ใช้เวลาและความรู้สึกตรงนั้นให้เต็มที่ เพราะเมื่อเราจบแล้วเรายังมีเวลาให้สนุกสนานอีกมาก เพราะฉะนั้นขอให้น้องๆ ทำวันนี้และหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดครับ พี่เชน ขอเอาใจช่วยทุกๆ คนครับ

Skoolbuz ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตเชน ธนา ที่กำลังจะเข้างานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในเร็วๆ นี้ และขอชื่นชมความสามารถในทุกๆ ด้านของหนุ่มคนนี้ ที่น้องๆ ควรเอาเป็นแบบอย่าง แต่หากว่าใครอยากจะใกล้ชิดและสอบถามเรื่องการเรียนจากพี่เชนแบบประชิดตัว ก็รีบส่งผลงานมาสมัคร Skoolbuz Awards 2010 ได้เลยจ้า แล้วผู้ชนะก็จะได้ไปทัศนศึกษาที่ประเทศสิงคโปร์กับบัณฑิตเชนคนนี้แน่นอน
ขอขอบคุณ เชน - ธนา ลิมปยารยะ ศิลปิน สังกัด อาร์เอส จำกัด (มหาชน)



















oa_oa (0)
พี่เชน เก่ง นักรัก จิงๆนะ! (1 year 1 month 23 hour ago)