สวัสดีน้องๆ ทุกคนจ้าวันนี้คอลัมน์ Open Eyes ขอนำเสนอสถาบันดีไซน์ระดับโลกที่มาเปิดสาขาในเมืองไทย และมีบุคคลมีชื่อเสียง ดารา นางแบบ หลายๆ คนเข้าไปเรียนกันอย่างคับคั่ง ด้วยความที่หลักสูตรเป็นอินเตอร์ และมีหลากหลายสาขาวิชาให้เรียนประกอบกับมาตราฐานการเรียนการสอนที่ทั่วโลกยอมรับนั่นคือ "Raffles International College" โดยในวันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยเรื่องราวการเรียนของสถาบันนี้ผ่านตัวแทนนักศึกษาคนเก่งที่หลายๆ คนคุ้นหน้าดี "น้องอร" พัทธ์ธีรา ศรุติพงศ์โภคิน นักแสดงสาวสวยจาก ภาพยนตร์เรื่อง สาระแนสิบล้อ และ "เกียรติ" เกียรติกร เจริญพาณิชย์ ผู้เข่าแข่งขันรายการเดอะดีไซน์เนอร์ ทางช่อง 9 เรื่องราวจะน่าสนใจขนาดไหนน้องๆ ที่รักการเรียนทางด้านนี้ตามไปดูกันเล้ยยยย...
.jpg)
แนะนำตัวกับชาว Skoolbuz
อร : สวัสดีค่ะ อร พัทธ์ธีรา ศรุติพงศ์โภคิน ค่ะ เรียนอยู่ที่ Raffles International College สาขา Business Marketing
เกียรติ : สวัสดีครับ เกียรติ เกียรติกร เจริญพาณิชย์ ครับเรียนอยู่ที่ Raffles International College สาขา Fashion Design
จุดเริ่มต้นของทั้งสองคนมาเรียนสาขานี้อย่างไงหรือว่าทำไมเลือกสถาบันนี้
เกียรติ : ครับผม ก็เป็นคนที่ชื่นชอบแฟชั่นมาแต่ไหนแต่ไรนะครับ เพราะว่าคุณแม่เป็นคนชอบแต่งตัวก็เลยมีอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว ชอบแต่งตัว ชอบที่จะมองคนนู้นคนนี้ทำเสื้อผ้า ตามคุณแม่ไปร้านตัดเสื้อ พอเรียนจบปริญญาตรีเนี่ย มีความรู้สึกอยากทำงานด้านนี้มากกว่าก็เลยลองหาโรงเรียนหลายๆโรงเรียนดูเปรียบเทียบกันหลายๆ ว่าที่ไหน Fashion Design ดี เรียนแล้วทำเองเป็น จนมาเจอที่ Raffles ครับ ก็เลยเข้ามาเรียนที่นี้ครับ
อร : ของอรก็ จริงๆ ก็กลับมาจากเรียนhigh school ที่นิวซีแลนด์ เลยคิดอยู่ว่าเราจะไปเข้าอะไรดี เราก็อยากจะเรียนอินเตอร์ เพราะว่าอยู่ที่นู่นก็เป็นภาษาอังกฤษ และเราก็ชอบธุรกิจด้วย คือเราก็รู้สึกอยากจะเรียนด้านนี้ แต่ว่าอะไรที่มันจะทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ตามแบบทฤษฎี ซึ่งก็คือว่าการตลาดคืออย่างน้อยมันยังได้ใส่ความคิดไปในแผนธุรกิจค่ะ เผอิญว่าที่นี้มีการตลาดพอดี คือการตลาดแบบที่ตรงจุดไม่ใช่เรียนแบบว่าธุรกิจแล้วค่อยๆ แยก คือเป็นการตลาดเลย แล้วบรรยากาศการเรียนก็เป็นภาษาอังกฤษ สิ่งแวดล้อมน่าสนใน เลยตกลงว่ามาเรียนที่นี้
ให้เล่าถึงวิธีการรับเข้าที่นี้เป็นอย่างไงของแต่ละสาขาของแต่ละคน
เกียรติ : ครับ ก็ตอนนั้นจำได้ว่ามีสอบภาษาอังกฤษนะครับ ซึ่งก็ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะว่าจบจากที่มหิดลอินเตอร์ สอบภาษาอังกฤษแล้วก็มาเรียน ก็สอบภาษาอังกฤษอย่างเดียว แล้วก็มีเหมือนสัมภาษณ์นะครับ กับอาจารย์ถามว่า ทามไมถึงอยากมาเรียนแล้วก็ดูลักษณะเราเป็นยังไง แล้วก็ภาษาเราเป็นยังไงเข้าเรียนเลยได้ไหม หรือว่าต้องมีการปูพื้นฐานทางด้านภาษาก่อนครับ หลังจากนั้นก็เข้ามาเรียน
อร : คล้ายๆ กันค่ะ คือสอบภาอังกฤษก่อนแต่ว่าก็สัมภาษณ์กับครูเหมือนกันจะดูว่าเราทำไมถึงอยากจะเรียนสิ่งนี้ แล้วภาษาอังกฤษเราได้ในระดับไหน เพราะว่าเค้ากลัวว่าถ้าเราไปเรียนจริงๆ แล้วจะไม่รู้เรื่อง อาจจะมีปูพื้นฐานบ้างตามสาขาที่เรียนค่ะ
.jpg)
ในแต่ละรุ่นรับเยอะไหม
อร : เค้าเปิดสี่เทอม เทอมหนึ่งก็สามเทอม มกราคม เมษายน
เกียรติ : ถ้าเด็กเข้ามาเยอะ ก็จะแบ่งคลาสดีๆ ไม่ให้ในคลาสอัดกันเรียนเยอะๆ
อร : คลาสหนึ่งไม่น่าเรียนเกิน 20 คน
ใช้คะแนนภาษาอังกฤษแบบไหนการเข้าเรียน
อร : จริงๆแล้วใช้ IELTS เข้าได้ค่ะ ถ้าใช้ IELTS อาจจะไม่ต้อง Test แต่ถ้า Test ก็จะเทียบเท่า IELTS IELTS 6.0 ค่ะ
จุดเด่นของสาขาแต่ละคนที่เรียน
เกียรติ : Fashion Design ที่นี้ค่อนข้างดี ตรงที่ว่า พอจบไปสามารถเป็น hands on designer หมายถึงว่าเราทำเองเป็นตั้งแต่ Step ที่หนึ่ง ก็คือ ดราฟท์ ทำ pattern เอง ทำทุกอย่างเอง เย็บเองเป็น ทำเองเป็นจนมันกลายเป็นที่เสร็จสมบูรณ์ สำหรับโรงเรียนอื่น อาจจะมีการเน้นการดีไซน์มากกว่าเน้นหรือว่าเน้นเรื่อง creative idea มากกว่าครับ ซึ่งตรงนั้นเกียรติคิดว่า เราสามารถพัฒนาได้ ถ้าเราอ่านหนังสือเรียนรู้จากสิ่งรอบด้านมากพอครับ แต่ถ้าเทคนิคการตัดเย็บเราไม่มี เทคนิคการทำ pattern เราไม่มี มันเป็นการยากที่เราจะสื่อสารกับคนที่เราจะทำงานด้วยต่อไป จะสื่อสารกับคนที่ทำ pattern สื่อสารกับช่างเย็บ สื่อกับอะไรพวกนี้ครับ มันจะยาก เพราะฉะนั้นเลยเลือกเรียนที่นี้ครับ เพราะว่าเราทำเองเป็นทุกอย่างครับจาก ศูนย์ถึงร้อย
อร : อรรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยทั่วไป เค้าจะต้องเรียนปูพื้นฐานหรือว่าเรียนวิชาที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับธุรกิจเรียนเพื่อจะเก็บหน่วยกิต แต่ที่นี้เปิดมาเทอมแรกเราเรียนเลย บัญชี, E-co แล้วก็ Marking เราก็จะรู้สึกว่าตรงจุดขนาดนี้เลยหรอ คือสิ่งที่เรียน คือสิ่งที่จบออกไปคือสิ่งที่เราจะได้ใช้ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิชาการตลาดจริงๆ คือสิ่งที่เรียนทั้งหมดค่ะ แล้วก็รู้สึกว่าที่มาเรียนที่เพราะเป็นโรงเรียนอินเตอร์ด้วยค่ะ สิ่งที่เรียนมันค่อนข้างจะ Global เราจะได้รับรู้ ทั้งแบบธุรกิจของชาวต่างชาติกับไทยเอง เราก็จะได้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้นเพราะว่ามันไม่ใช่ scope ของไทยแต่มันเป็น scopeของต่างชาติด้วย ก็จะรู้สึกว่าภาษาอังกฤษเราก็จะได้ สำหรับธุรกิจจะสำคัญมากกับการใช้ภาษาอังกฤษ แล้วก็เรื่องของการรับรู้เรื่องของธุรกิจต่างชาติเอามาปรับใช้กับบ้านเรา
.jpg)
แนะนำน้องๆที่อยากเรียนที่นี้จะต้องเตรียมยังไง ทั้ง สาขา Fashion Design และ Business Marketing
เกียรติ : สำหรับ Fashion Designนะครับ ไม่ต้องทำอะไรมาก เอาไอเดียมา เอามันสมอง เอาแฟชั่นมา จะทำให้เรียนได้ดี ไม่ต้องวาดรูปเป็น ไม่ต้องทำ pattern มาเป็น ไม่ต้องทำอะไรมาเป็นแค่มีใจรักและอยากที่จะเรียน เรียนภาษาอังกฤษมาก่อนสักนิดก็จะดีจะทำให้เราจะเรียนได้เร็วขึ้น ที่นี่ presentation ค่อนข้างเยอะมากในหลายๆ วิชาถ้าเกิดเราสื่อสารได้ดี มันก็ดี อีกอย่างหนึ่งก็เป็นความสามารถที่ติดตัวเราไป เราสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ต่อให้ไปทำงานบริษัทที่เป็นต่างชาติมีเจ้านายเป็นฝรั่งเราก็สบาย เราได้เปรียบกว่าคนอื่น
อร : อรรู้สึกว่าธุรกิจมันอยู่ในชีวิตประจำวัน แค่เพียงสนใจหรืออยากจะรู้ให้มันลึกขึ้นแค่นี้ หรือตั้งใจอยากจะไขว่ขว้าหาความรู้ได้จริงๆ ก็ดีแล้ว ก็คงเหมือนกันภาษาอังกฤษก็ต้องได้บ้างเพราะว่าจะทำให้เราเข้าใจแล้วสื่อสารได้ง่ายขึ้น ในธุรกิจการสื่อสารทางด้านภาษาอังกฤษค่อนข้างสำคัญแค่นั้น ก็เตรียมใจและตั้งใจมาเรียนค่ะ : แน่นอนธุรกิจต้องพรีเซ็นต์แผนงานการตลาดคือการสื่อสารกับลูกค้าแล้วก็กับบริษัท การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ
แล้วได้ออกไปทำงานออกไปพบลูกค้าหรือทำแผนธุรกิจจริงๆ บ้างหรือเปล่า
อร : ได้ลองทำแน่นอนค่ะ คือที่นี้มีงานให้คุณได้ทำทุกวิชาทุกอาทิตย์เลยด้วยซ้ำ คือต้องทำแผนธุรกิจตั้งแต่แรกจากศูนย์ที่เราไม่รู้อะไรเลยจนถึงการที่จะสำเร็จเป็นธุรกิจจริงๆ ต้องเป็นธุรกิจที่เราสร้างไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เราคิดของเรามาเอง บางทีอย่างMarking research จะต้องลงพื้นที่การตลาดจริงๆ เพื่อจะดูว่าตลาดตอบรับอย่าง
เกียรติ : มีครับมันต้องมีวิชาที่เราจะต้อง design สำหรับธุรกิจ บางเทอมก็จะมีTopic อาจารย์ก็จะติอต่อโรงเรียน เพื่อดีไซน์ยูนิฟอร์มโรงเรียน อย่างของเกียรติ ดีไซน์ยูนิฟอร์มร้านอาหารก็จะมีบ้างที่เราต้องทำปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ก็ได้ฝึกจริงๆ เวลาเราไปเจอลูกค้าในโลกธุรกิจจริงๆ ของการดีไซน์ เราต้อง compromise มากขนาดไหน เป็นตัวเรามากขนาดไหน เจอลูกค้าตีงานกลับมาเราจะต้องคุยกับเขายังไง อีกอย่างที่รู้สึกว่ามันดีตอนนี้ก็คือ ทางส่วนของแฟชั่นดีไซน์แล้วก็ทางแผนกอื่นด้วยนะครับ มันจะมีระบบ Internship ผนวกเข้ามาในหลักสูตร มันก็ดีได้ไปฝึกงานห้องเสื้อ ซึ่งทางโรงเรียนช่วยประสานงานนี้ ก็คือได้ทำงานจริง ในส่วนของแฟชั่นดีไซน์ ส่วน internship เกิดขึ้นได้เพราะว่าเป็นไอเดียของเด็กด้วย คือที่นี้ค่อนข้างเปิดกว้างรับไอเดียของเด็ก ให้เค้าพัฒนาหลักสูตรของเรา ที่เราอยากเรียนนั้นคือจุดดีของที่นี้ สามารถนำเสนอข้อคิดเห็นได้นะครับ
คนที่จบจากที่นี่ส่วนใหญ่ไปทำอาชีพอะไรกัน
เกียรติ : สำหรับ Fashion Design นะครับ อาชีพหลักๆ ที่ทำได้เลยก็คงเป็น ดีไซน์เนอร์ แฟชั่นดีไซน์เนอร์ ส่วนว่าจะสามารถต่อยอดเรียนอะไรเพิ่มได้คงเป็นทางด้านการทำ pattern ทำการเย็บ เปิดโรงงานทำการเอง ก็สามารถทำได้ ในความที่เป็นดีไซน์เนอร์ มันค่อนข้างกว้าง บางทีบางคนก็เจอความเป็นตัวเองขึ้นมา เราก็เห็นว่าเราถนัดอะไรด้วย เวลาเรียนหลายๆ วิชา
.jpg)
อยากให้บอกถึงประโยชน์ที่เราได้รับจากสถาบันนี้ฝากถึงน้องๆ ด้วย
เกียรติ : ประโยชน์ ค่อนข้างที่จะตอบโจทย์ในหลายๆ อย่างคุณสามารถเป็นอะไรก็ได้ในวงจรอาชีพของคุณ ถ้าเกิดคุณอยากจะเป็นนักธุรกิจคุณสามารถจะไปต่อยอดทาง marketing โดยตรงหรือทางด้าน business โดยตรงเรียน MBA ต่อไปก็ได้ซึ่งจริงๆ แล้วของ Raffles มีหลักสูตรปริญญาโท ที่คุณสามารถต่อยอดทางด้านธุรกิจ คือมีครบในวงจรอาชีพของคุณ ก็ไม่ยากที่ค่อนข้างเปิดกว้างในหลายๆ เรื่อง เช่นไม่ใส่ยูนิฟอร์ม อย่างกียรติเองน้องอรเอง ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ค่อนข้างสะดวกเราสามารถคุยกับอาจารย์ได้ เรามีงานตรงนี้เราจะต้องออกไปทำ
อร : แน่นอนค่ะทุกสถาบันต้องได้รับความรู้แน่นอน ที่นี้นอกจากความรู้แล้วเราได้รับสิ่งที่เราต้องทำในอนาคตเราเห็นภาพได้ลองทำตั้งแต่เรายังเรียนอยู่ ไม่ใช่แค่การเรียนตามทฤษฎีที่ว่าเรารู้จากหนังสือได้ทำจริงๆ เราได้รู้เลยว่างานในอนาคตเราเหนื่อยแค่ไหน เราต้องเจออะไรบ้าง
ทั้งคู่วางแผนเรื่องเรียนและเรื่องทำงานไว้ยังไง
เกียรติ : สำหรับเกียรติก็คงทำงานในโลกของแฟชั่นต่อไป ตราบเท่าที่โอกาสจะอำนวย ก็อยากจะทำตรงนี้เพราะว่ามันเป็นแฟชั่นส่วนตัวอยู่แล้ว ทางก็ให้การสนับสนุนอย่างดีแล้วการที่ได้ไปอยู่ในรายการ เดอะ ดีไซน์ ยิ่งทำรู้สึกว่ามันใช่ตัวเรา คงทำมันต่อไป
อร : จริงๆตอนแรกก็วางแผนจะทำด้านการตลาดบริษัทใหญ่บริษัทต่างชาติ แต่บังเอิญได้เข้ามาในวงการบันเทิง ก็รู้สึกว่าการตลาดมันก็มีส่วนช่วยเราในวงการบันเทิง เหมือนกานเพราะหนึ่งมันทำให้เรากล้าพูดทำให้เราสื่อสาร ทำให้เรามองเห็นวงการบันเทิงในอีกมุมหนึ่ง ที่เราเข้าใจคนเบื้องหลังและเราก็เป็นคนเบื้องหน้าที่ทำงานด้วย แต่ในอนาคตคงอยากจะเรียนต่อ แล้วก็อยากจะทำงานในวงการบันเทิงต่อไป อย่างที่พี่เกียรติบอกเท้าที่โอการจะเอื้ออำนวย แต่ก็คงสุดท้ายแล้วมีเป้าหมายอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ของครอบครัวธุรกิจที่เราจะได้ใส่ความเป็นตัวเองใส่ความคิดสร้างสรรค์แล้วก็ได้ทำงานด้วยตัวเราเอง
ถ้าน้องๆ มาสมัครสามารถมาได้ตลอดใช่ไหมครับ
เกียรติ : สามารถเข้าไปเช็คในเว็บไซต์ได้เลยนะครับ open house ถ้ายังไม่แน่ใจให้เข้ามาดูมาฟังอาจารย์เค้าพูด มาworkshop กับเรา ว่าชอบสนใจสาขาไหน ทำ workshop ทำได้มากกว่า 1 สาขา เข้ามาคนหาว่าตัวเองอยากเรียนอะไร หรือว่าเข้ามาแล้วยังไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร หรืออยากจะย้ายสาขาก็คุยกับอาจารย์ ทุกสาขาวิชามันเกี่ยวข้องกัน สามารถมาปรับใช้ได้
.jpg)
ฝากถึงน้องๆ Skoolbuz
อร : ฝากถึงน้องๆนะค่ะ ที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออาจจะยังตัดสินใจได้ว่าจะเรียนอะไรดี ก็อยากจะให้ค้นหาตัวเองตั้งแต่ตอนนี้เลย อย่าคิดว่าที่นี้มันไม่ใช่มหาลัยทั่วไปที่จะเทียบเท่าอย่างนั้นได้ สุดท้ายแล้วสถาบันก็ให้ความรู้การศึกษาที่ดีเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามันอาจจะตรงจุดมากกว่าหรือน้อยกว่ากันแค่นั้นเองค่ะ แล้วก็เตรียมตัวเตรียมใจเพราะมหาลัยไม่ใช่เล่นๆ
เกียรติ : สำหรับเกียรตินะครับ ถ้าคุณมีไอเดีย ทางด้านแฟชั่นทางด้านการดีไซน์อื่นๆ นะครับ ลองมาดูที่ Raffles นะครับ ว่าที่นี้เรามีอะไรให้คุณเรียนรู้ได้บ้าง ลองเดินเข้ามาดู มาคุย อาจไม่จำเป็นต้องคุยกับพี่marking ก็ได้ คุยกับเด็กนักเรียนที่นี้ดูก็ได้
ฝากผลงานให้น้อง Skoolbuz ได้ติดตาม
อร : พฤศจิกายนนี้นะค่ะ กำลังจะเปิดตัวค่ะ เป็นดีเจคลื่นใหม่ Print 98FM ก็อยากให้ติดตามกันด้วยนะค่ะ ดีเจน้องใหม่นะค่ะ รักกันน้อยๆ แต่รักกันนานๆนะค่ะ แล้วก็มีหนังด้วยค่ะ สาระแนเห็นผี สนุกสุดมันส์ไม่แพ้ สาระแนสิบล้อหรือสาระแนห้าวเป้ง สนุกตลกสามเท่าตามสไตล์สาระแน ส่วนอรจะเล่นเป็นผีหรือว่าจะเล่นเป็นคน เรื่องราวสนุกหรือสยองขวัญรอชมกันได้ค่ะ ปลายปีนี้
เกียรติ : ฝากถึงรายการ เดอะ ดีไซน์เนอร์ ลองมาดูกันว่าใครจะโดนคัดออกใครจะยังอยู่ ใครจะถึงรอบสุดท้ายนะครับ ที่แน่ๆ เกียรติอยู่ในรอบสุดท้ายแล้วครับ ติดตามได้ที่ช่อง9 ทุกวันอาทิตย์ 21:30-22:30














jupiiZz (0)
พี่เกีรยติประกวด the designer เก่งมากๆ (1 year 5 month 19 hour ago)