ถ้าเอ่ยถึงอาชีพในวงการบันเทิงไม่ว่าจะเป็นดารา นักแสดง นักร้อง DJ หรือแม้แต่ VJ ก็คงเป็นอาชีพที่ใครหลายๆ คนใฝ่ฝันอยากจะเป็น แต่ VJ ลูกตาล Channel [V] Thailand หรือ พี่ลูกตาล ศุภมาศ พะหุโล ที่วันหนึ่งก็หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง หลังจากที่เป็น VJ มาถึง 8 ปี! เพื่อหันมาทำอาชีพเป็นภัณฑารักษ์! หากใครหลายคนสงสัยว่า “ภัณฑารักษ์” คืออะไร และอะไรที่เป็นแรงบัลดาลใจทำให้ พี่ลูกตาล มาเป็นภัณฑารักษ์อยู่ที่ TCDC หรือ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบนั้น วันนี้พี่ลูกตาลจะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภัณฑารักษ์ และเปิดโลกของพิพิธภัณฑ์ที่ไม่น่าเบื่ออย่างที่ทุกคนคิดให้ชาว Skoolbuz ฟัง มาฟังกันเลย
.jpg)
ตอนเด็กๆ พี่ลูกตาลฝันอยากเป็นอะไร
เราโตมาในที่ยุคที่ใครๆก็อยากเรียนหมอ เรียนพยาบาล เราก็เลยรู้สึกว่าอาชีพเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากให้เป็น คือคุณพ่อคุณแม่อยากให้เป็น คือเราไม่มีความถนัดทางด้านนั้นเลย แล้วตอนที่เอ็นทรานซ์ครั้งแรกประมาณช่วง ม.5 ก็จะสอบทันตแพทย์ แต่จริงๆ ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเองเลย ตอนไปก็สอบไม่ติดด้วย ก็เลยคิดว่า จริงๆ แล้วเราอาจไม่ได้สนใจทางนั้นจริงๆ พอเริ่มมาอ่านหนังสือมากขึ้น ก็เริ่มสนใจด้านศิลปะ เราก็เลยรู้ว่าจริงๆ เราอยากเรียนอย่างอื่นมากกว่า ก็เลยลองเปลี่ยนแผนการเรียนดู พอเป็นการเรียนด้านสายศิลป์ ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็อยากให้ลูกตัวเองเข้านิเทศศาสตร์ ซึ่งตอนนั้นพี่พี่เลือกอันดับ 1 พี่เลือกนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ อันดับ 2 จำไม่ได้ว่าเลือกอะไร อันดับ 3 คือคณะโบราณคดี ศิลปากร ก็เป็นสาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ แล้วก็สอบติดอันดับ 3 ค่ะ
เป็น VJ ที่ Channel V มันให้อะไรกับเราบ้าง
ได้อะไรเยอะมากๆ ตอนที่เริ่มเข้าไปทำงาน VJ ตอนนั้นอายุประมาณ 15 ปีเอง คือตอนนั้นยังเด็กมาก การที่ต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย มันค่อนข้างหนัก งานนี้สอนเราในเรื่องการแบ่งเวลา ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และอีกหลายอย่างเลย ปัจจุบันก็เอางานพวกนั้นกลับมาใช้ได้อีกเยอะ
แล้วพี่ลูกตาลรู้จักอาชีพภัณฑารักษ์ได้ยังไง แล้วอะไรเป็นจุดเปลี่ยนให้มาทำงานด้านนี้
ตอนทำงานเป็น VJ ตอนนั้นยังผูกคอซองอยู่เลย อยู่ประมาณ ม.3 ม.4 ก็เรียนตามปกติเหมือนเด็กทุกคน พอตอน ม.6 พี่ไม่ได้เรียน ออกไปอ่านหนังสือเองเพราะเปลี่ยนแผนการเรียน แล้วก็ไปเรียนที่คณะโบราณคดี เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลปะมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นก็เหมือนตัวเรามี 2 ภาค คือ ภาคเด็กนักเรียนซึ่งเราก็มีวิชาที่เราสนใจอยู่ก็คือเรื่องเกี่ยวกับศิลปะ ส่วนอีกภาคนึงก็คือภาคที่เราทำงานเป็น VJ แล้วก็มารู้สึกว่า 8 ปีแล้วที่ทำงานเป็น VJ แล้วก็รู้สึกว่ายังมีฝันหลังจากนั้นอีก ฝันที่เหมือนกับว่าเราตื่นมาทุกเช้าแล้วเราอยากไปเรียนเรื่องเกี่ยวกับศิลปะ ก็เลยคิดว่าต้องทำอีกอย่างที่ชอบด้วยเหมือนกัน เลยตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ ไปเรียนที่ออสเตรเลีย เรียนปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ตอนไปอยู่ที่ออสเตรเลียก็ยังทำงานเป็น VJ อยู่ ยังมีถ่ายรายการส่งเทปกลับมาอยู่ แต่ว่าพอเริ่มเข้าไปเรียนปริญญาโท แล้วเรียนเป็นภาษาอังกฤษด้วยมันค่อนข้างยาก ก็เลยเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยไม่ไหว พี่ก็เลยตัดเรื่องของการทำงานออก แล้วพอกลับมาเมืองไทย เราก็ไม่ได้อยากทำเป็น VJ แล้ว รู้สึกอิ่มตัวในการทำงาน แต่เรารู้สึกชอบเข้าพิพิธภัณฑ์ และคำว่า “ภัณฑารักษ์” ที่พี่รู้จัก พี่จำไม่ได้ว่ารู้จักตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนเริ่มเรียนศิลปะ เราทำงานด้วยก็พอมีเงินเก็บที่จะไปต่างประเทศที่เราจะได้ไปดูงานจริงๆ ได้ พอไปดูศิลปะ เราก็อยากรู้ว่าใครที่เป็นคนจัดงานแบบนิทรรศการตามที่ต่างๆ ที่เราได้ไป ซึ่งมันก็คือ “ภัณฑารักษ์” เราก็เลยรู้สึกว่า เราอยากเป็นภัณฑารักษ์

แล้ว “ภัณฑารักษ์” คืออะไร
ภัณฑารักษ์เป็นอาชีพที่ค่อนข้างใหม่เหมือนกัน ย้อนกลับไปเมื่อก่อนตอนพี่เป็น VJ คนก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกันว่า VJ คืออะไร เพราะจริงๆ เมื่อก่อนมันยังไม่มีพื้นที่ที่เปิดกว้างอย่างปัจจุบัน แต่ตอนนี้พิพิธภัณฑ์ แกลอรี่มีเยอะขึ้น ภัณฑารักษ์ก็คือคนที่ดูแลรักษาพิพิธภัณฑ์ ของในพิพิธภัณฑ์ คอลเลคชั่นงานต่างๆ พวกงานศิลปะ ถ้วย ชาม ราม ไห พระพุทธรูป แล้วเค้าก็หยิบมันออกมาเพื่อที่จะเล่าเรื่องให้คนเข้ามาชมในนิทรรศการ แต่ว่าปัจจุบันก็เปลี่ยนไปเยอะแล้ว อย่างคนที่ทำงานในแกลอรี่ที่เป็นคนเลือกงานศิลปะเข้ามาก็เรียกว่าเป็นภัณฑารักษ์เหมือนกัน หรืออย่างพี่ที่ทำที่ TCDC เราก็มีเป้าหมายเกี่ยวกับนโยบายทางเศรษฐกิจของชาติ เพราะฉะนั้นเราก็เอาตัวไอเดียตัวนี้มาแปลง ยกตัวอย่างเช่นมีการจัดงานสัมมนา มีการบรรยาย เราก็เปลี่ยนเป็นนิทรรศการ มันก็ดูสนุก คือคนก็เดินเข้ามา ได้อ่านได้ความรู้กลับไป มันก็เหมือน กับการเปิดหนังสือ แล้วคนก็ค่อยๆ เข้ามาเดินอ่าน
เสน่ห์ของภัณฑารักษ์คืออะไร ทำไมไม่กลับไปทำอาชีพ VJ หรือเป็น DJ พิธีกร ก็ได้
VJ เหมือนกับคนเดินเข้ามาหาเรา อย่างสมัยก่อนมีแมวมองเดินเข้ามาแล้วก็ชวนเราไปแคสติ้ง แล้วเราก็เข้าไปทำงานตรงนั้นไปได้เรื่อยๆ แต่ถามว่าความชอบข้างในส่วนตัวที่เราอยากจะตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วอยากจะคิดเรื่องพวกนั้นทุกวัน ทำงานข้างหน้าเบื้องหน้ามันก็สนุก แต่การนั่งอ่านหนังสือ ทำวิจัยข้อมูล หรือการทำอะไรพวกนี้ เราค่อนข้างแฮปปี้ ถามว่าเสน่ห์ของภัณฑารักษ์คืออะไร มันคือการที่เราไม่รู้เรื่องๆ หนึ่งแล้วเราพยายามที่จะแกะเรื่องๆ นั้นออกมาแล้วทำความเข้าใจกับมัน ซึ่งตอนเรียนจบคิดว่าอยากกลับมาเป็นแค่อาจารย์เฉยๆ แต่ว่าพอทาง TCDC โทรมาชวนแล้วเราเห็นว่าตัวโครงการนี้น่าสนใจ เราก็อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่ง คือมันก็เหมือนเป็นอาจารย์ แต่วิธีการสอนคือไม่ใช่สอนในห้องเรียนเท่านั้นเอง
แล้วเข้ามาทำงานที่ TCDC ได้ยังไง
แนวคิดของ TCDC คือ ถ้าเกิดว่าความคิดสร้างสรรค์มันช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ก็คงจะดี มันก็คงจะช่วยเราในลักษณะของในตลาดโลกที่เราจะเอาสินค้าหรือบริการของเราออกไป ในส่วนของภัณฑารักษ์ ที่ TCDC เอง ก็มีหลายส่วนนะคะ แต่ว่าส่วนที่พี่ทำก็เหมือนไปดูของต่างประเทศบ้าง กับมาดูของไทยบ้างว่าเค้ามีวิธีในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ายังไง จะใส่เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ลงไปยังไงได้บ้างในตัวสินค้าหรือบริการ เพื่อที่จะเอาออกไปขายในตลาดโลก หรือในตลาดของบ้านเราเองก็ตาม ก็อยากให้น้องๆ ลองมาเดินที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ มาดูนิทรรศการที่พี่ทำ ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม มีห้องนิทรรศการ 2 ห้อง มีห้องสมุดด้วย ถ้าเกิดมีเวลาว่างลองแวะเข้ามา ลองเดินเข้ามาใช้เวลาวัก 5-10 นาที เท่านั้นแหล่ะ พี่ว่าน่าจะได้อะไรกลับไปค่ะ

การเป็นภัณฑารักษ์ให้อะไรกับเรา
เราได้อะไรหลายอย่าง การทำงานก็ค่อนข้างโตขึ้น เราต้องคุยกับนักวิชาการหรือคนที่อยู่ในรัฐบาล เรามีโอกาสได้ติดต่อคนที่อายุเยอะกว่าเรา ประสบการณ์มากกว่า ซึ่งเรื่องที่เค้าพูดมาหรือว่าเวลาที่เราเสนองานไป แล้วเค้าตอบกลับมาอันนี้ดี อันนี้ไม่ดี มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราเอากลับมาปรับปรุงตัวเองได้ ส่วนเรื่องอื่นๆ พี่ว่าโลกนี้ยังมีอะไรอีกเยอะมาก มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ เราถูกจ้างมาเพื่อให้มานั่งอ่านหนังสือ แล้วก็ทำความเข้าใจกับมัน นั่งทำ research ไปเรื่อยๆ ออกไปหาของ แล้วก็กลับมานั่งเล่าเรื่องต่างๆ มันเป็นอาชีพที่สนุกจะตาย
งานนิทรรศการไหนที่พี่ลูกตาลทำครั้งแรก
เป็นนิทรรศการชื่อว่า อีสาน กันดาร คือสินทรัพย์ เป็นนิทรรศการแรกที่เปิดที่นี่ค่ะ ซึ่งตอนแรกที่เข้ามาก็มีโครงสร้างบางอย่างที่เสร็จไปแล้ว ก็เข้ามาในช่วงประมาณ 30 % ผ่านไปแล้ว ซึ่งในนิทรรศการอีสานกันดารคือสินทรัพย์ จะมีการตัดต่อหนังใหม่ที่ค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นการที่พยายามที่จะเล่าเรื่องบางเรื่อง พี่ก็ต้องหาวิธีการเล่า ต้องมีการตัดหนังเข้ามาเพื่อที่จะเล่าเรื่อง ตอนนั้นก็มีคุณราจิต แสงชูโต เป็นผู้กำกับ เราก็ต้องไปคุยกับเค้าว่าเราอยากได้แบบนี้นะ เค้าก็ต้องไปคิดมา สร้างออกมาเป็นภาพ เราก็พอมีประสบการณ์ด้านนี้มา หรือเรื่องรีมิกซ์เพลงอีสานหรือเพลงลูกทุ่งสมัยก่อน พี่ก็คุยกับทางค่ายเพลง Smallroom เพื่อให้ได้ผลงานเพลงออกมา

ประโยชน์ที่น้องๆ จะได้จากการมาชมนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์
พี่เชื่อว่าการที่เราเดินไปบนถนน ใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ การที่เราได้คุยกับแม่ค้า การที่เรามองป้าย จริงๆ แล้วทุกอย่างมันคือการเรียนรู้หมด แต่ว่านิทรรศการเป็นงานที่คนอีกกลุ่มนึงที่เค้านั่งมองของบางอย่าง แล้วเค้าก็ดึงเรื่องบางอย่าง หรือเลือกเฟ้นของบางอย่างออกมา เพราะฉะนั้นมันก็คือ ความรู้ที่คุณสามารถเข้ามาหามันได้ คนเราไม่จำเป็นต้องได้ความรู้ทุกอย่างเพื่อไปประกอบอาชีพหรอก แต่อะไรที่มันเก็บเล็กผสมน้อยหรือดูคนอื่นเค้าคิดยังไง เพื่อที่ตัวเองจะได้เอาไปปรับปรุงใช้งานมากกว่า แล้วพี่เชื่ออย่างหนึ่งว่าจริงๆ แล้วความรู้ วันนี้ที่เราได้ไปมันอาจจะไม่ได้ใช้เลยในวันนี้ก็ได้ แต่ความรู้ที่เราได้มาทุกวัน ที่เราเก็บเป็นประสบการณ์ของเรา ในวันหนึ่งจะได้ออกไปใช้โดยตรง เราอาจจะสามารถนำเอาไปประยุกต์ใช้อย่างอื่นได้อีก
ช่วยแนะนำคนที่อยากเป็นภัณฑารักษ์ หรือใครที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเรียนอะไรต่อดีหรือจะก้าวไปทางไหนดี
หลายคนเข้าใจผิดว่าคนที่เป็นภัณฑารักษ์ต้องเรียนจบด้านศิลปะ นั่นเป็นความเข้าใจแค่ส่วนเดียว จริงๆ แล้วถ้าเรามีความรู้ความสนใจในเรื่องอะไรจริงๆ สัก 1 เรื่อง ลุยเรื่องนั้นไปเลย เราอาจจะรู้เรื่องเกี่ยวกับพืชพันธุ์ สัตว์ป่า เพราะฉะนั้นเราอาจจะขึ้นไปทำที่สวนสัตว์เชียงใหม่ อาจจะสามารถจัดนิทรรศการ หรืออะไรที่มันเกี่ยวกับสัตว์ก็ยังได้ หรือสนใจวัฒนธรรมเกาหลี ก็อาจจะทำเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมเกาหลีก็ได้ คือไม่ได้เกี่ยวเลยว่าต้องเรียนจบอะไรมา ขอแค่สนใจมันจริงๆ แล้วก็พยายามเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีค่ะ เป็นนักเล่าเรื่องที่สนุก ที่ทำให้คนเค้าสามารถตามได้ เรื่องถ้วย ชาม ราม ไห ก็เล่าให้สนุกได้ และไม่มีใครได้อะไรมาง่ายๆ หรอก ทุกคนต้องมีความพยายาม แต่ความพยายามก็ไม่ควรต้องไปฝืนธรรมชาติที่ตัวเองเป็น พี่ว่าคนเรามีความสุขถ้าเราอยู่กับอะไรแล้วเราชอบ ลองจับมันและทำมันให้มันจริงๆ ไปก่อน เพราะว่า ชีวิตวัยรุ่นหรือชีวิตตอนเด็กๆ เป็นชีวิตที่สนุกมาก เรามีโอกาสที่จะลอง เรียนรู้ข้อผิดพลาดได้ อย่าไปกลัวอะไรมาก เพราะว่าจริงๆ แล้วเราผิดพลาดในวันนี้ ยังดีกว่าผิดพลาดตอนที่เราโตไปแล้ว แล้วไม่รู้ว่าจะกลับไปแก้มันยังไง ส่วนเรื่องการสอบ คนเราอ่านหนังสือได้ แต่ว่าถ้าเกิดว่าจะท่องเพื่อเอาไปสอบพี่ว่าเสียดายเวลา พยายามทำความเข้าใจกับมันดีกว่า จะไม่ได้จบแค่ในกระดาษ จะได้เอามันมาใช้อีกในวันข้างหน้า

ขอขอบคุณ คุณลูกตาล ศุภมาศ พะหุโล , TCDC หรือ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบสำหรับสถานที่ถ่ายทำ และ Channel [V] Thailand สำหรับภาพประกอบคลิป
และสามารถรับชมคลิปทาง youtube ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 หรือดูคลิปทั้งหมดของ SkoolbuzMag's Channel ได้ที่นี่















loveyuji (0)
WOW!!!!!!!!!!!!!!! (2 year 1 month ago)