ถ้าเปรียบการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักเป็น ”หมวก” ผู้หญิงคนนี้ก็คงมีหมวกที่ว่าหลายใบ และผู้หญิงที่กำลังพูดถึง ก็คือ โอ๋-หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ หรือที่หลายๆ คนรู้จักเธอในนาม โอ๋ วง goo สาวเท่ห์ที่นอกจากจะเป็นนักร้องนักดนตรีมากความสามารถแล้ว ยังมีความสามารถที่หลากหลาย ทั้งการเป็นนางแบบ เป็นสไตลิสต์ เป็นคอลัมน์นิสต์ในนิตยสารชื่อดัง และยังมีผลงานหนังสือบันทึกการท่องเที่ยว Travelogue by OH+ ที่ทำให้ Skoolbuz ได้รู้ว่านอกจากเธอจะร้องเพลงเก่งแล้วยังมีความสามารถในด้านการวาดภาพเป็นอย่างมากอีกด้วย แถมยังได้ไปจัดนิทรรศการภาพวาดไกลถึงประเทศเยอรมันนี วันนี้ SkoolMag จะพาเพื่อนๆ ไปเปิดโลกศิลปะของเธอกัน

พี่โอ๋สนใจศิลปะมาตั้งแต่ตอนไหน
โอ๋สนใจศิลปะตั้งแต่เล็กเลยค่ะ ตอนอนุบาลนี่ก็ชอบวาดรูปแล้ว น่าจะเป็นเพราะคุณพ่อค่ะ คุณพ่อเป็นคนแรกที่สอนวาดทะเลและภูเขาที่มีต้นมะพร้าว 1 ต้น ตอนเด็กๆ ก็วาดรูปนั้นตลอดเวลา แล้วตอนสมัยเรียนอนุบาลหรือประถมเนี่ย ก็จะเป็นตัวเด่นๆ ในห้องด้านศิลปะอย่างเดียว(ฮา)
งั้นตอนเด็กๆ ก็ฝันว่าจะเป็นนักวาดภาพเลยหรือเปล่า
โอ๋ก็ฝันเหมือนเด็กทั่วไป เคยฝันอยากเป็นครูทั้งที่ไม่ชอบมาโรงเรียน เคยฝันอยากเป็นนางพยาบาลเหมือนเพื่อน เพราะว่าได้ใส่ชุดขาว แต่ก็เกลียดการไปโรงพยาบาล พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็รู้ว่ามีอาชีพนี้ ก็คือเป็นศิลปินวาดภาพ ซึ่งตอนเด็กๆ ญาติๆ จะบอกว่า เป็นศิลปินไส้แห้งพวกเขาไม่ยอมให้เป็น มีแต่แม่เราคนเดียวที่บอกว่า อย่าไปฟังลูก ศิลปินไม่ไส้แห้งหรอก ทำอย่างที่เราอยากทำ ก็ถือว่าโชคดีที่พ่อกับแม่เข้าใจ พ่อนี่สนับสนุนเต็มที่เลย ประมาณว่าอยากวาดรูปเหรอ เดี๋ยวพ่อส่งไปเรียน

อะไรคือแรงบันดาลใจทำให้อยากเป็นศิลปินวาดภาพ
ตอนนั้นโอ๋อยู่ประมาณประถมเองค่ะ วันนึงอ่านหนังสือ Image แล้วก็เจอหน้านึงเห็นแล้วก็ตัวชาไปเลย เป็นรูปภาพ “The Kiss” ของ Gustav Klimt (ศิลปินชาวออสเตรียน แนวศิลปะอาร์ตนูโว) ซึ่งตอนเด็กๆ เราไม่รู้เลยว่า Kiss คืออะไรด้วยซ้ำ แต่รูปนั้นทำให้เราขนลุกจริงๆ แล้วก็ได้ตัดเก็บภาพนั้นเอาไว้ และเกิดความรู้สึกอยากวาดรูปให้ได้อย่างนี้ ก็เลยที่เป็นแรงผลักเราค่ะว่าต้องไปทางวาดรูปแล้ว เพราะฉะนั้น โอ๋ถือว่า Gustav Klimt เป็นคนเปิดประตูทางนี้ให้โอ๋อย่างแท้จริง จากที่พ่อเปิดแบบแง้มๆ มาให้ แต่ Gustav Klimt ทำให้โอ๋ “จะต้องเป็นศิลปินให้ได้” ก็เลยเรียนทางนี้มาตลอด
แล้วเข้าไปเรียนนิเทศศิลป์ได้อย่างไร
ตอนเรียนมัธยมปลายโอ๋ก็เรียนแผนวิทย์มา เลยไม่รู้ว่ามีคณะนิเทศศิลป์อยู่ในโลกนี้ (หัวเราะ) ก็เลยจะสอบเข้าสถาปัตย์ ก็ติว เคมี ชีวะ มาตลอด จนกระทั่งก่อนสอบ Ent' ไปเปิดหนังสือที่จะมีบอกว่า ที่ไหนมีอะไรเรียนบ้าง ทำให้เราเจอคณะนิเทศน์ศิลป์ แล้วก็คิดว่าอะไรคือนิเทศศิลป์ก็ไปสืบ แล้วก็ กรี๊ด ใช่เลย นี่คือสิ่งที่ชั้นชอบ เลยเปลี่ยนเข็มได้เร็วมากประมาณเดือนเดียว ว่าจะไปสอบเช้าทางนิเทศศิลป์ ศิลปากร ทิ้งหมดเลย ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ
ตอนนี้พี่โอ๋ก็ยังวาดภาพอยู่แล้ว พี่โอ๋เนี่ยชอบวาดภาพสไตล์ไหน
โอ๋ก็วาดทุกวันเลยค่ะ เมื่อคืนก็วาดจนตาดำ (ฮา) ส่วนการวาดก็แล้วแต่อารมณ์ไม่ค่อยจำกัดสไตล์ตัวเองค่ะ จะเห็นเลยว่างานโอ๋จะไม่ใช่สไตล์เดียวมาตลอด อย่างเมื่อก่อนเป็นลายเส้น ปากกา ถัดมาก็อยากวาดสีอะคริลิค สีน้ำมันขึ้นมาก็ไปซื้อมาวาด แล้วพอหนังสือ Travelogue ออกมาก็เป็นสไตล์สีน้ำ สีอะคริลิคไป ก็แล้วแต่อารมณ์เลยค่ะ แล้วแต่สถานที่ แล้วแต่ ณ โมเม้นต์นั้น เรามีอะไรคว้ามาวาดได้ก็จะวาด

ภาพประกอบจาก OHPLUS.INFO
แล้วการสร้างแรงบันดาลใจในแต่ละภาพอย่างไร
การสร้างแรงบันดาลใจ ของโอ๋ ได้มาจากทุกที่ค่ะ นิตยสาร เพลง หนัง หนังสือ ทุกที่ ผู้คนที่เจอ ดนตรีที่ไปดู ทุกอย่าง Inspiration (แรงบัลดาลใจ) มันมาได้ทุกจังหวะ ไม่ว่าคุณจะพยายามขนาดไหน บางทีมันก็ไม่มา หรือบางครั้งรถติดก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาแล้ว หรือว่าเห็นหมาแมวเดินข้ามถนนเนี่ย ก็อาจจะเกิดไอเดียได้ เพราะฉะนั้นจงเปิดตาให้กว้าง ดูสิ่งข้างทางตลอดเวลา บางทีเวลาโอ๋ไปเที่ยวที่ไหน โอ๋จะพกสมุดสเก็ตช์ใหญ่หน่อยไว้วาดภาพที่ได้เห็นมา แต่ถ้าทุกวันไปทำงานถือกระเป๋าหนัก โอ๋ก็จะมีหนังสือนัดคิวหรือสมุดโน๊ต ก็จะมีเป็นรูปภาพเกือบทุกหน้าเลย ขำๆ แต่ถ้าเป็นสมุดสเก็ตช์จริงๆ จะมีเยอะมากเลย เป็นคนที่ต้องพกปากกาค่ะ กระดาษนี่อะไรก็ได้ เราก็จะจดแล้วเอามาแปะทีหลัง
ในมุมมองของพี่โอ๋ คำว่าศิลปินกับการประสบความสำเร็จ จุดๆ นั้นดูได้จากตรงไหน
งานทุกงานไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ งานเพลง การทำทุกอาชีพ หรือว่าแม้แต่ชีวิตทุกวันนี้ ความประสบความสำเร็จมันอยู่ที่ตัวเรา อย่าไปให้คนอื่นตัดสินว่าเราประสบความสำเร็จรึยัง โอ๋ว่าอย่างนั้นชีวิตจะอันตราย เพราะฉะนั้นโอ๋จะให้ความสำเร็จขึ้นอยู่กับโอ๋เอง อย่างเช่น การวาดรูป Exhibition โอ๋ไม่ได้รอจนกว่ารูปจะขายหมดรึเปล่า อันนั้นคือโอ๋รอให้คนอื่นมาตัดสิน โอ๋ถือว่าว่าโอ๋ประสบความสำเร็จตอนที่งานจัดขึ้นมาแล้ว ก็คือตอนวาดรูปเสร็จ ว่าโอ๋ได้ก้าวไปอีกก้าวนึงแล้ว เพราะฉะนั้นเนี่ย โอ๋อยากจะบอกน้องๆ ทุกคนเลยว่าให้ตัวเราเองเป็นคนตัดสินว่าเราประสบความสำเร็จรึยัง
ถ้าสมมติว่าบนโลกนี้ไม่เหลือศิลปะ พี่โอ๋จะทำยังไง
ถ้าโลกนี้ใช้คำว่าไม่เหลือศิลปะอยู่เลย โอ๋ว่าก็จะไม่มีมนุษย์เหลืออยู่เลยเหมือนกัน อาจจะไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่เลยด้วยซ้ำ เพราะว่า มนุษย์ยังไงก็สร้างศิลปะโดยไม่รู้ตัวอยู่แล้ว เช่น การทำที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า ยังไงก็คือศิลปะอยู่แล้ว มันอยู่ทุกอณูของชีวิตเลยล่ะ ไม่ว่าคุณจะตื่นขึ้นมา ลายเพ้นท์ของเตียงนอน สังเกตดูดีๆ มันก็คืองานศิลปะอันนึง เพราะฉะนั้นเนี่ย โอ๋เชื่อว่า มนุษย์คู่กับศิลปะอยู่แล้วค่ะ

คิดว่าศิลปะมีเสน่ห์ยังไง เราถึงได้หลงใหลมัน
เสน่ห์ของมันคือความไม่มีกรอบมั้ง โอ๋เป็นเด็กนอกกรอบ แต่เป็นคนที่แคร์คน แคร์ความคิดคน แต่ก็ชอบที่จะนอกกฎเกณฑ์ นอกวัฒนธรรมถ้ามันไม่เดือดร้อนใคร เพราะฉะนั้นเนี่ยโอ๋ว่าศิลปะ คือสิ่งที่ นอกกรอบได้เท่าที่จะได้ โอ๋ว่าโอ๋หลงใหลตรงนี้
ทำงานด้านศิลปะ วาดภาพ คอลัมน์นิสต์ ชอบอะไรเป็นพิเศษ
ถ้าถามว่าชอบอะไรเป็นพิเศษเป็นคำถามยอดฮิตจริงๆ เพราะโอ๋ทำอะไรหลายอย่างมาก โอ๋ก็มักจะตอบว่า โอ๋เลือกไม่ได้ เพราะสิ่งที่ทำก็คือสิ่งที่ชอบจริงๆ ค่ะ ถ้าไม่ชอบก็จะไม่ทำ เพราะฉะนั้นระดับความชอบก็จะเท่าๆ กัน ต้องชอบจริงๆ ถึงจะเข้าไปจับงานนั้น คือให้เต็มร้อยทุกอัน
ทำงานมาหลายแผนกยังมีงานศิลปะแขนงไหนที่ยังอยากทำอีกไหม
เพียบเลยค่ะ ยังมีงานศิลปะอีกมาเลยที่อยากทำอีกมากแต่ไม่มีโอกาส เช่น การซ่อมแซมศิลปะ ที่จะมีการทำที่อิตาลี ซึ่งโอ๋ยังไม่พร้อม แต่โอ๋อยากทำมาก การซ่อมงานศิลปะเก่าๆ งานศิลปะร่วมสมัย อยากทำมากแต่ยังไม่มีโอกาส แล้วก็อยากมากคือ ว่าจะไปสมัครงานอยู่ คือ อยากทำเหล็กดัด เป็นคนสนใจเหล็กดัดมาก ชอบมาก โอ๋ว่าเหล็กดัดเป็นงานศิลปะที่เจ๋งมากอันนึง เหล็กดัดสมัยก่อนที่เป็นลายดอก อันนั้นโอ๋ชอบดู คือเค้าจะมีพิพิธภัณฑ์เหล็กดัดอยู่ที่ลอนดอน โอ๋เข้าไปได้เป็นวันเลยค่ะ ชอบมาก อันนั้นก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะทำ แต่ก็ยังไม่มีโอกาส คาดว่าถึงจุดนึงจะทำ

มีหลายคนชอบพี่โอ๋ ว่าผู้หญิงคนนี้เท่มาก แล้วเขาอยากจะเป็นแบบนี้บ้าง
โอ๋บอกทุกครั้งเลย เวลามีน้องๆ แฟนเพลงหรือแฟนวาดภาพมาบอกว่า “พี่โอ๋เท่จังเลย หนูอยากเป็นแบบพี่โอ๋” โอ๋จะบอกทุกครั้งเลยว่า หยุด! นั่นคือสิ่งที่ไม่ควรคิดตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากเป็นเหมือนใคร ไม่ต้องเป็นเหมือนใครค่ะ โอ๋ย้ำตรงนี้เสมอว่าเป็นตัวเอง แล้วก็มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง แต่ต้องถูกจริงๆ นะ คืออย่าเบียดเบียนคนอื่น อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน ซึ่งโอ๋เป็นคนนึงที่ไม่ได้ตามวัฒนธรรม อย่างเช่น คุณจะต้องจัดงานแต่งงาน เพราะว่าโอ๋เห็นว่าไม่จำเป็น ต้องคิดด้วยตัวเอง เท่ไม่เท่ มันอยู่ที่คุณมั่นใจขนาดไหน คุณมั่นใจในตัวเอง อย่าไปวิ่งตามใคร จงมีแนวทางเป็นของตัวเอง ค้นหาให้เจอว่าตัวเองชอบอะไรจริงๆ เพราะฉะนั้นจงมั่นใจในตัวเอง
ฝากถึงน้องๆ ที่เรียนด้านศิลปะ เค้าควรจะเริ่มยังไง ควรที่จะฝึกฝนยังไง
สิ่งเดียวที่สกัดกั้นดาวรุ่งนะคะ ก็คือความกลัว โอ๋รู้สึกว่าเด็กหลายๆ คนวาดรูปได้ แต่กลัวออกมาน่าเกลียด กลัวออกมาอุบาทว์ กลัวออกมาเชย ให้ตัดความกลัวทิ้งไปเลย คนเรามีแนวของตัวเอง ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเหมือนใคร เพราะว่าถ้าเราพยายามทำให้เท่เหมือนใคร พยายามทำให้ภาพสวยเหมือนใคร ตัวเองก็จะไม่มีตัวตน เพราะฉะนั้น ไม่มีใครซ้ำใคร โอ๋ว่ามันคือหนทางแห่งการสร้างตัวเอง เห็นว่างานตัวเองเชยก็ทำไปเลย ก็ทำได้แบบนี้ จงยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่ว่าจะแนวไหน หรือวาดรูปเก่งขนาดไหน การฝึกฝน ที่โอ๋บอกตั้งแต่ตอนแรกก็คือ พรสวรรค์มี แต่พรแสวงสำคัญที่สุด โอ๋เชื่อว่า คนเราวาดรูปไม่เป็น พัฒนาทุกวันฝึกฝีมือทุกวัน ยังไงก็วาดได้ โอ๋เป็นครูมาก่อน น้องๆ วาดรูปไม่เป็น โอ๋จับวาดรูปตั้งแต่สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ก็วาดได้ มันมีทางของมัน เพราะฉะนั้น ตัดความกลัวของตัวเองออกไป แล้วลงมือลุยเลย ตัวเองจะเห็นว่าน่าเกลียดขนาดไหน ก็ภูมิใจ ไม่เป็นไร จงภูมิใจในงานที่ตัวเองทำ แล้วก็พัฒนาขึ้นไป ไม่ต้องไปตามใครค่ะ

ขอขอบคุณ คุณโอ๋-หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ , บริษัท ลิปส์ พับลิชชิ่ง จำกัด - WWW.OHPLUS.INFO สำหรับภาพประกอบ และร้าน papaya สำหรับสถานที่ถ่ายทำ
และสามารถรับชมคลิปทาง youtube ได้ที่นี่ หรือดูคลิปทั้งหมดของ SkoolbuzMag's Channel ได้ที่นี่















zzameht (0)
test (1 year 1 month 17 hour 14 min ago)