Close
##[setQuiz]##
ตอบโลด

00:00

 
กำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่...

Find People


  •  
  •  
  •  
  •  

 

  •  
  •  
  •  
  •  

ผลการค้นหา

 



Following

2

Follower

20

ความดี0%
ความขยัน0%



Skoolbuz
Pleng
Zheza
จำฉันไว้ในระบบ ลืมรหัสผ่าน?
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

รายการย้อนหลัง

SkoolTalk ที่สุดของปี 2011
อีกไม่กี่อึดใจก็เข้าปี 2012 สคูลบัสเลยขอพาน้องๆ...
รู้จัก Four - Mod กับ I AM Four - Mod
ถ้าพูดถึงโฟร์ มดใครๆ ก็คงจะต้องนึกถึงภาพของสองส...
"ศิลปะกระโดดข้ามช่อง" กับ iannnnn ผู้ก่อตั้งเว็บ F0nt เจ้าของเว็บ Fail
ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงการประกาศรางวัล Skoolbuz Awa...
พัฒนะ จิรวงศ์ - ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี
" ถ้าพูดถึงคำว่าสารคดีหลายๆ คนก็อาจจะพากัน...
เข้าถึง fashion กับ บรรณาธิการบริหาร Cheeze Mag คุณปู จิรัฎฐ์
      เราต้องยอ...
กลับไปที่ Skool Talk

วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม

จากคอลัมน์ คลิป คนพันธุ์ R

หน้าหลัก » SkoolMag » Skool Talk » Creative Hair Stylist กับ "โทนี่ รากแก่น"

Creative Hair Stylist กับ "โทนี่ รากแก่น"

โดย SkoolMag.

ให้คะแนน
ชอบเรื่องนี้

โทนี่ รากแก่น หนุ่มหล่อลูกครึ่งไทย-เวียดนาม-ฝรั่งเศส เป็นลูกชายคนเล็กของราชินีหมอรำชื่อดัง บานเย็น รากแก่น เริ่มมีชื่อเสียงจากการเป็น Hair Stylist ที่สาวๆ อยากให้เขาคนนี้ตัดแต่งทรงผมให้ แต่ก่อนที่โทนี่จะมาทำงานตรงนี้ได้ ชีวิตเขาได้เริ่มต้นจากการชื่นชอบและร่ำเรียนด้านศิลปะแขนงงานด้านโฆษณา ด้วยความใฝ่ฝันอยากทำอาชีพ Art Director แต่อะไรเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้โทนี่ ชื่นชอบ และเริ่มต้นในการเป็น Hair Stylist ติดตามได้เลยจ้า

 

 

 

ตอนเด็กๆ โทนี่เป็นคนเป็นยังไง

ก็เป็นคนที่จะตั้งใจเฉพาะด้านที่เราชอบ ก็คือด้านศิลปะ ในขณะที่เรียนวิชาอื่น เราก็จะนั่งวาดรูป แต่พอวิชาศิลปะเราก็จะเต็มที่ตลอดเวลา แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่ไม่เข้าใจอะไรเลยกับวิชาอื่น เราก็ค่อนข้างเป็นคนที่เรียนรู้เร็ว แต่จะให้ความสนใจในสิ่งที่เราชอบมากกว่า อีกอย่างหนึ่งตอนเด็กๆ เราโดนตามใจด้วย อยากทำอะไรก็ทำ เลยกลายเป็นคนที่เลือกจะทำในสิ่งที่เราชอบ


แล้วความฝันตอนเด็กๆ คืออะไร

เคยอยากเป็นสถาปนิก อยากทำงานด้านอาร์ตๆ ครับ ที่ได้วาดรูป


แต่ตอนหลังมาเรียนด้านโฆษณา

ตอนจบไฮสคูล ผมมองทั้งมัลติมีเดีย กราฟฟิกดีไซน์ และก็ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวกับพวกออกแบบ แต่ทีนี้มันเป็นเรื่องของความบังเอิญครับ ตอนนั้นเดินผ่านคณะโฆษณา แล้วเขาก็ยื่นใบสมัครให้ เราก็กรอกใบสมัครและส่งสิ่งที่เขาต้องการเพื่อมาสมัคร ก็จะมีการเอาโฆษณาที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงใหม่เป็นสไตล์ของเรา แล้วก็เอาผลงานที่ผ่านมาของเราไปโชว์เขา ตอนหลังก็เลยได้เข้าไปเรียน พอเข้าไปเรียนทำให้เราได้รู้ว่าโฆษณามันคือการใช้ศิลปะมาขายของ มันมีทั้ง 2 อย่างผสมกัน คือ Marketing (การตลาด) และ ศิลปะ เราเลยยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ มันไม่ใช่แค่ศิลปะอย่างเดียว มันคือศิลปะในขอบเขตด้วย



ตอนนั้นเลยมุ่งมาด้านโฆษณาเลยหรือเปล่า

ตอนนั้นตั้งใจเลยว่าจะเป็น Art Director ให้ได้ ก็มีช่วงเรียนปี 2 ที่เราเริ่มหางานพาร์ทไทม์ทำ ซึ่งเราก็ทำงานอย่างอื่นมาจนเบื่อแล้ว ก็เลยลองทำร้านทำผมดู ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่เรารู้สึกสนุกเหมือนกัน แต่ว่าตอนนั้นเราก็ยังต้องการที่จะเป็น Art Director ให้ได้ แต่ก็ไม่ได้สนุกไปซะทุกอย่าง พอดีเราเลือกจะทำในสิ่งที่เราชอบ


จบแล้วได้ทำงานโฆษณาเลยหรือเปล่า

ก็มาทำงานโฆษณา เป็นครีเอทีฟ ช่วงนั้นคล้ายๆ เป็นผู้ช่วยของ Art Director อีกทีนึง ตอนนั้นก็สนุกนะครับ แต่ว่าด้วยความที่เราไปทำงานในพวกผลิตภัณฑ์ที่เขาค่อนข้างจะกำหนดแนวทางเอาไว้อยู่แล้ว เลยไม่ค่อยได้ใช้ creativity เท่าไหร่ ทำให้รู้สึกว่าบางทีมันก็เหนื่อย แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบทำ เราจะเหนื่อยน้อยกว่านี้


แล้วเปลี่ยนอาชีพมาเป็น Hair Stylist ได้ยังไง

มันก็เป็นเรื่องบังเอิญอีกครับ และก็เป็นเรื่องของโอกาสด้วยคือ พี่เกดกับพี่ไก่ เขาไปเห็นหนังสือที่เราให้สัมภาษณ์มา เขาก็สนใจ เพราะแต่ก่อนเคยอยู่ร้านทำผมทำมา 4 ปี เขาดูแววก็ว่าน่าจะทำได้ ก็ให้มาลองดู แล้วเราก็มองว่าเป็นโอกาสที่ดีด้วยที่จะมาทำงานกับพี่เกด (เมทินี กิ่งโพยม) และพี่ไก่ (สมพร ธิรินทร์) อีกอย่างหนึ่งผมมองว่าไม่ใช่เราจะเอาประโยชน์อะไรจากโอกาสตรงนี้ แต่มองว่าเรามีประโยชน์อะไร มากแค่ไหน ให้กับโอกาสตรงนี้ หมายถึงเราทำได้หรือเปล่า เราชอบหรือเปล่า ถ้าเรารู้สึกว่าเราทำได้ เราชอบ เรามั่นใจ เราก็ทำ แต่ถ้าเรารู้สึกว่าเราทำไม่ได้ เราก็ไม่ทำตั้งแต่แรกแล้ว



โทนี่เรียนตัดผมมาหรือเปล่า

ไม่ได้เรียนครับ ใช้วิธีครูพักลักจำครับ ตั้งแต่อยู่ที่ออสเตรเลียเราก็ดูพวกรุ่นพี่พวกหัวหน้าเขาตัด เขาก็จะสอนบ้าง แล้วเราก็จะถามบ้าง คือใช้วิธีจำแล้วก็ฝึกเอาเอง ซึ่งตอนอยู่ที่โน่น เราต้องปรับตัวเพื่อเป็นคนที่เรียนรู้เร็ว เพราะมันไม่ใครแบบมานั่งให้ความรู้เรา อย่างเรียนมหาวิทยาลัยที่โน่น เค้าจะโยนความรู้ให้เราแค่นี้ แล้วคุณต้องไปหาความรู้เพิ่มเติม มันก็ยาวไปกับการใช้ชีวิตในสังคมด้วย รวมถึงการทำงานในร้านทำผมด้วย เราก็ฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา ต้องรู้จักจำ รู้จักเอามาทำเอง


อะไรคืองาน Hair Stylist

เป็นงานบริการอย่างหนึ่ง แต่มีเรื่องของศิลปะและการออกแบบเข้ามาด้วย และก็เป็นเรื่องของความเข้าใจและการฝึกฝนครับ อย่างการใช้อุปกรณ์ตัดผมพวกนี้ เรามีความรู้ความเข้าใจอย่างเดียวไม่ได้ แต่เราต้องฝึกฝนด้วย อีกอย่างหนึ่งคือมันเป็นงานเกี่ยวกับแฟชั่น เราต้องอัพเดทตัวเองตลอดเวลา


มีประสบการณ์อะไรระหว่างที่ทำงานด้านนี้ที่เราไม่เคยลืมบ้าง

เคยมีกรณีนึงครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกๆ ที่เราเริ่มทำ ลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนมากจะเป็นคนรู้จัก เป็นเพื่อนของเพื่อน และมีสไตล์เดียวกัน เพราะฉะนั้นเราค่อนข้างมั่นใจว่า เวลาลูกค้ามาตัดก็ไม่ต้องอธิบายมาก เดี๋ยวตัดให้ จนมาช่วงหลังที่เรามีการให้สัมภาษณ์มากขึ้นมีคนรู้จักมากขึ้น มีลูกค้าหลายแบบมากขึ้น แต่เราไม่รู้ตัวว่าเราเริ่มมีลูกค้าเยอะขึ้น จนมาวันหนึ่ง มีลูกค้าคนนึงเข้ามา เขาว่าอยากได้ผมแบบสั้นๆ เราก็เข้าใจว่าสั้นแบบนี้แน่นอน ก็ตัดให้จากผมยาวๆ เป็นสั้นเหมือนผู้ชายครับ ตอนนั้นเป็นอะไรที่เราว่าเท่ห์ดี แต่พอตัดไปได้ครึ่งนึง เขาร้องไห้เลย ผมก็แบบ..เป็นอะไรรึป่าวครับ เขาบอกไม่ได้ตั้งใจให้สั้นขนาดนี้ คือมันเป็นการเข้าใจผิดกันครับ แล้วเราไม่ได้คุยกันก่อน ส่วนนึงเป็นเพราะเรามั่นใจในตัวเองเกินไป ก็ถือเป็นบทเรียนที่ดี


แล้วเราแก้ไขสถานการณ์ตรงนั้นยังไง

ตอนนั้นเราก็ต้องให้ความมั่นใจกับเขา ว่ามันดูดีกับเขา เราไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้าตัดมั่วๆ ให้ เรามองว่าเป็นสไตล์ที่มันดูดีกับเขา แต่เขาอาจจะไม่ชินกับมัน แต่เราก็ขอโทษเขา ว่าเราผิดจริงที่ไม่ได้คุยกันก่อน ก็เลยตัดให้เขาฟรี แล้วก็บอกว่า ถ้าเกิดคุณออกไปแล้วมีคนชอบมีคนชมก็กลับมาล่ะกัน แต่คราวนี้ก็ตัดให้ฟรี ก็ขอโทษด้วย ก็คือต้องแบบตรงๆ เพราะมันเป็นความผิดของเรา


รู้สึกอย่างไร ที่เราเรียนมาอย่างหนึ่งแล้วมาทำงานอีกอย่างหนึ่ง

จนถึงตรงนี้แล้ว ผมรู้สึกแฮปปี้นะครับ ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับว่าเราเรียนด้านนี้แล้วเราจะต้องทำงานด้านนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอนที่เรียนปีสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยจะมีโปรเจกท์ใหญ่ เขาให้เราทำอะไรก็ได้  เขาว่าคุณเป็นครีเอทีฟ คุณไม่จำเป็นต้องไปนั่งทำงานเป็นArt Director อย่างเดียว คุณสามารถไปทำหนังสือของตัวเอง ไปออกแบบ Jewelry แล้วขาย คือใช้วิชาการโฆษณากับวิชาการตลาด แล้วเอาศิลปะไปผสมผสาน เพื่อให้ของสินค้าคุณขายได้ เพราะฉะนั้นการเป็นครีเอทีฟ ไม่จำเป็นต้องเป็น Art Director หรือ Copywriter  อย่างเดียว เขาสอนเราแบบนี้ ทำให้เรามีความคิดว่าเราไม่ต้องมาเป็นArt Director อย่างเดียว และมันก็เป็นเรื่องของโอกาสที่เข้ามาด้วย


เหตุผลที่เราจะเลือกว่าโตขึ้นเราจะเป็นอะไร หรือ เลือกอาชีพยังไง

ต้องดูตัวเองก่อนครับ ต้องมีความซื่อสัตย์กับตัวเองว่าเราถนัดด้านไหนมากที่สุด เราชอบด้านไหนมากที่สุด เพราะว่าการเริ่มจากสิ่งที่เราชอบ จะทำให้เราไปฝึกฝนไปค้นหาเรียนรู้ในสิ่งที่เราชอบด้วยความรู้สึกที่มันไม่เบื่อหน่าย ด้วยความรู้สึกที่เราไม่เหนื่อย แต่ถ้าเราต้องไปเรียนในสิ่งที่เราไม่ชอบ มันจะรู้สึกเป็นหน้าที่ รู้สึกไม่อยากทำ ก็คือต้องดูที่ตัวเองก่อนครับว่าเราถนัดด้านไหนมากที่สุด แล้วค่อยมองหาว่าจะไปด้านไหนได้บ้าง คืออยากให้ความสำคัญกับความรู้ แล้วก็จินตนาการกับมัน และก็ฝึกฝน คือ 3 ส่วนนี้สำคัญ คือไม่ใช่ว่าคุณถนัดด้านนี้ แต่คุณไม่คิดจะฝึกฝนเพิ่มเติม หรือว่าไปหาความรู้เพิ่มเติมมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร

 

 

แล้วถ้ามีหลายความฝันและความชอบเลย จะตัดสินใจยังไง

อย่างที่บอกว่าให้บอกไปในตัวเองก่อนว่า ตัวเราเป็นคนแบบไหน ชอบอะไร หลังจากนั้นก็จะมีไอเดียเองว่าเราต้องการทำอะไรมากที่สุด แต่มันก็เป็นของหลายๆ อย่างประกอบกัน อย่างของผมเป็นเรื่องของโอกาสที่เข้ามาด้วย แล้วก็โชคดีที่เราไม่ได้โดนตีกรอบตั้งแต่เด็ก เราสามารถไปทดลองทำโน้นทำนี่ได้ ทำให้เราได้รู้อะไรมากขึ้น ได้รู้ว่าความจริงแล้วเราชอบทำอะไรมากที่สุด แต่ว่าสำคัญคืออย่ามองว่าเราทำเพื่ออะไร เราทำเพื่อได้ผลประโยชน์อะไร แต่พยายามทำเพื่อให้มันออกมาดีที่สุด บางคนมองว่าตัวเองถนัดศิลปะเราไปเป็น Art Director หรือ กราฟฟิกดีไซน์ เพราะว่าเงินดีกว่า คิดแบบนี้มันไม่ถูก ไม่ใช่ให้มองถึงผลประโยชน์เป็นอันดับแรก


แล้วตอนนี้โทนี่ฝันอยากทำอะไรอีกหรือเปล่า

ตอนนี้สิ่งทีทำอยู่ก็ค่อนข้างเยอะแล้ว ซึ่งก็ยังอยู่ในวงของงานศิลปะและครีเอทีฟ แต่ถ้ายังได้ทำอะไรพวกนี้ เราก็ยังรู้สึกดี แต่ก็มีช่วงช่วงที่จบไฮสคูลใหม่ๆ ที่อยากเป็นนักบอล ตอนนั้นก็อยากไปเป็นนักบอลอาชีพ แต่ว่าก็ไม่ได้สานต่อ


อยากฝากอะไรถึงน้องๆ

อยากจะฝากว่าให้เป็นคนที่ซื่อสัตย์กับตัวเองเป็นอันดับแรก ซื่อสัตย์ก็ความชอบของตัวเอง และก็ซื่อสัตย์กับคนรอบข้าง แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง
 

 

ขอขอบคุณ  คุณโทนี่ รากแก่น และร้าน The Lounge HAIR SALON สำหรับสถานที่ถ่ายทำ


และสามารถรับชมคลิปทาง youtube ได้ที่นี่ หรือดูคลิปทั้งหมดของ SkoolbuzMag's Channel ได้ที่นี่

 

Tags: Creative, Hair Stylist, ครีเอทีฟ, แฮร์ สไตล์ลิส, โทนี่ รากแก่น, Toni, Copywriter, Art Director, ช่างตัดผม, บานเย็น รากแก่น, ช่่างทำผม
Copy

สงวนลิขสิทธิ์ Copy Right

ขออนุญาตก่อนเผยแพร่

Facebook Shared
Twitter Shared
12056
2
6 พ.ค. 2553

yashachi (0)

เล่นยังไงหว้า งงโค้ดดดดดดดด  (2 year 1 day 2 hour ago)

บอกต่อตอบ

NkOlKo (0)

ทำไมอยู่ห้อง7ต้องหัวเราะด้วยไอ้พวกห้อง6น่าเกลียด  (2 year 22 min ago)

บอกต่อตอบ
กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น "คลิกเลย"
กำลังดำเนินการ...
จำนวนคนอ่านกระทู้
จำนวนคนตอบกระทู้
วันโพสต์กระทู้
Back To Top
Library l SkoolMag l Community
Follow Skoolbuz
Become a fan
Skoolbuz.com คือเว็บไซต์ด้านการศึกษา ที่จะแชร์ทุกความรู้และช่วยทำให้เรื่องเรียนนั้นง่าย สบาย สนุก ด้วยความเจ๋งของ ห้องสมุดออนไลน์ ที่ใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะหาข้อมูล คลังรายงาน คลังข้อสอบออนไลน์ ทำการบ้าน ทำรายงาน ติวก่อนสอบ ทำแบบทดสอบ ฯลฯ
แต่เพราะความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน.. Skoolbuz.com ยังมี แมกกาซีน ออนไลน์ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ อุดมไปด้วยสาระและบันเทิง มีเหล่าคนดังและน่าสนใจมาร่วมพูดคุยและตอบคำถามยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนต่อที่ไหน โตขึ้นอยากเป็นอะไร ต้องทำยังไง รวมไปถึงสารพัดปัญหาคาใจวัยรุ่น ..อยากรู้เรื่องอะไร ที่นี่มีคำตอบให้แน่นอน
เรียนๆ เล่นๆ ใช้ชีวิตให้เต็มที่ไปใน Virtual World (โลกเสมือน) และ Social Network ที่หาเพื่อน "ดีๆ" ได้ในสังคมออนไลน์คุณภาพ และสนุกมากๆ! พร้อมลุ้นรางวัลกับกิจกรรมออนไลน์สุดสร้างสรรค์ที่จะมีมาให้มันส์กันตลอด แล้วจะได้รู้ว่าเข้าเว็บไซต์การศึกษาก็เฮฮาได้นะเออ
  • นโยบายส่วนบุคคล