เมื่อย้อนไปเมื่อประมาณปี 2546 คงจะจำได้ว่าบ้านเรามีภาพยนต์ที่ทำรายได้สูงสุด และมีการแจ้งเกิดดาราเด็กในปีนั้นหลายคนด้วยกัน...จากปรากฏการณ์ของภาพยนต์เรื่องนี้ ทำให้นักแสดงเด็กหลายคนในวันนั้นได้เติบโตขึ้นกลายมาเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพในวงการบันเทิงบ้านเราในปัจจุบัน และหนึ่งในนั้นจะมาร่วมพูดคุยกับเราในคอลัมน์ Skooltalk นั่นก็คือ แน๊ก ชาลี ไตรรัตน์ ที่ปัจจุบันเขามีผลงานมากมาย และเป็นที่ยอมรับของทุกคนในวงการว่าเป็นนักแสดงที่มีพัฒนาการด้านฝีมือที่ติดอันดับต้นๆ และน่าจับตามองคนหนึ่งของเมืองไทย ทาง Skoolbuz จึงอดใจไม่ไหวที่จะพาทุกคนไปร่วมพูดคุยกับเขาถึงความสำเร็จต่างๆ ที่ได้มาด้วยความสามารถของตัวเองตั้งแต่วัยเด็ก รวมถึงมุมมองการใช้ชีวิตในปัจจุบัน..
.jpg)
แนะนำตัวกับชาว Skoolbuz หน่อยจ้า
แน็ก : สวัสดีครับ ผมชื่อ แน็ก ชาลี ปอทเจส ครับ (ยิ้ม)
จุดเริ่มต้นของแน๊กที่เข้ามาวงการบันเทิงคืออะไร
แน็ก : จริงๆ แน็กเคยเล่นภาพยนตร์เรื่องกาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ ตั้งแต่เมื่อขวบหนึ่งครับ ก็เข้าวงการมา 18 ปีแล้ว แต่ว่าถ้าเป็นแบบตอนที่ดังๆ มีคนรู้จัก คือเรื่องแฟนฉัน ตอนที่ชีวิตเราเปลี่ยนคือ เตะบอลอยู่ที่โรงเรียนแล้วก็มีผู้กำกับคือพี่ย้งและก็พี่เดียวเขามาดูแล้วก็ ถ่ายรูป แล้วก็เอาไปเล่นเลยสำหรับภาพยนต์ที่เล่นมาแล้วคนรู้จักก็เป็นเรื่อง แฟนฉัน อย่างที่บอกไปแล้วก็เรื่อง เด็กหอน่ะครับ ที่จะมีคนพูดถึงเยอะ
.jpg)
สมัยตอนยังเด็กๆ ได้ปรึกษาที่บ้านเรื่องการทำงานบ้างไหม
แน็ก : ตอนนั้นก็ไม่รู้เรื่องครับพี่ เด็กก็ทำงานไปงั้น ทำงานๆ ไปทุกวันๆ ก็พอโตขึ้นเราก็ดูจากคนอื่นมากกว่าว่าอันไหนเขาทำแล้วมันดูโอเค มันดูไม่โอเค จะศึกษาทุกอย่างจากประสปการณ์ของตัวเองครับ
ช่วยบอกวิธีแบ่งเวลาระหว่างเรื่องเรียนกับทำงานให้กับเพื่อนๆ ฟังกันหน่อย
แน็ก : ก็วันไหนว่างไม่ได้ทำงานก็กลับมาอ่านหนังสือ ทำการบ้านพอทำงานเสร็จ ก็ไปเรียน ก็แบ่งเวลาแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะครับ
.jpg)
ปัจจุบันเรียนอยู่ที่ไหน
แน็ก : สมัยเรียนผมเรียนที่โรงเรียนแม่พระฟาติมาครับ ตั้งแต่อนุบาล 1 ถึงม.3 แล้วก็ไปอยู่โรงเรียนเซนต์จอห์นเทคโปลี ตรงลาดพร้าวครับ ตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงเลือกเรียนต่อครับ
คิดว่าต่อไปจะเรียนต่อทางด้านไหน
แน็ก : ทีแรกที่บ้านอยากให้เข้ามหาลัยรัฐบาล แต่ยังไม่มีเวลาได้อ่านหนังสือเลย ได้แต่ทำงานอย่างเดียว ก็เลยคิดว่าตอนนี้ก็ทำงานเก็บเงินไปซักพัก แล้วก็จะแบ่งเวลามาเรื่องเรียนอีกทีน่ะครับ แต่ก็มีมองๆ อยู่เหมือนกันครับ
.jpg)
มีความฝันไหมว่าอยากทำอะไรในอนาคต
แน็ก : ก็มีบ้างครับถ้าไม่นักบินก็นักแข่งรถบิ๊กไบค์ ผมอยากเป็นนักแข่งรถหรือไม่ก็นักบิน เพราะอย่างนักบินผมก็ชอบเป็นทุนเดิมเต็มที่อยู่แล้ว ตอนนี้ก็คือชอบเครื่องบินบังคับ จะว่าชอบความเร็วก็ว่าได้ เพราะตอนเด็กก็แข่งรถพวกวิบาก อย่างตอนนี้ผมอยากได้มอเตอร์ไซค์เอาไว้ขี่มาก ชอบความเร็วครับ ตอนนี้เป้าหมายก็ไม่เปลี่ยนนะ ยังคิดเหมือนเดิมทั้งเรื่องนักบิน กับนักแข่งรถครับ
การทำงานตั้งแต่เด็กให้ประโยชน์อะไรกับเรา
แน็ก : ได้ทุกอย่าง มีรายได้ด้วยตัวเอง ทั้งของที่เราอยากได้เราก็หาซื้อเองได้ โดยแบบว่าไม่ต้องมาพึ่งพ่อแม่แล้ว เราพึ่งตัวเองตั้งแต่เด็ก เราเลี้ยงครอบครัว จ่ายค่าเทอมตัวเองได้ ซื้อรถของเราเอง ซื้อบ้านของเราได้ทั้งหมดครับ แล้วก็ได้เจออะไรมากกว่าคนที่อายุเท่าเรา ได้โอกาสนั้นมากขึ้น ตอนเด็กๆ ก็มีงอแงบ้างตามประสาเด็ก แต่พอโตขึ้นก็ได้เรียนรู้อะไรมากมาย เป็นประสปการณ์ชีวิต ข้อเสียก็มีคือทำให้เราต้องหยุดเรียนมากขึ้น แต่ที่บ้านจะเข้าใจครับ จะไม่บังคับให้เราทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ
เวลาเจออุปสรรคในการทำงานมีวิธีการแก้ปัญหาในการทำงานอย่างไรบ้าง
แน็ก : ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีปัญหานะ ก่อนทำงานเราก็จะรู้แล้วว่าเราทำงานอะไร ว่าเราชอบหรือไม่ชอบมัน ปัญหาในการทำงานของผมจะมีน้อยมาก เพราะการที่เราจะมาทำงานเรารู้อยูแล้วว่าต้องมาทำงานอะไร กับใคร ที่สำคัญเป็นสิ่งที่เราชอบ จึงเจองานที่ปัญหาไม่ค่อยเยอะ
.jpg)
มุมมองต่อวงการบันเทิงแต่ก่อนกับปัจจุบันต่างกันไหม
แน็ก : ไม่ต่างกันเลยครับ เหมือนกันตั้งแต่เด็กจนโต อาจเป็นเพราะผมใช้ชีวิตในวงการนี้มาตั้งแต่เด็กมั้งครับ เจอกับสังคมที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว
มีแนวคิดในการทำงานอย่างไร
แน็ก : ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และทำดีให้นานที่สุด ถ้าสุดท้ายในอนาคตเราไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็ไม่เสียใจเพราะเราทำดีที่สุดแล้วเราก็ไปทำตามสิ่งที่เราอยากทำ ขับรถของเรา ไปเรียนฝึกบินเป็นนักบินของเราแค่นั้นแหละครับ

หลายๆ คนมองแน๊กเป็น Idol แล้วอยากจะมายืนตรงจุดนี้บ้างควรทำอย่างไร
แน็ก : ผมว่าจริงๆ มีหลายคนให้มองมาก ให้แบบเอาเป็นตัวอย่างที่ดี มีเยอะมาก ผมว่าก็ดีนะใครอยากเข้ามาในวงการนี้ก็มีเยอะมาก ถ้าใครได้เข้ามาก็ถือว่าโชคดี และก็อยากให้เอาตัวอย่างที่ดีๆแล้วก็ทำตามแค่นั้นเองการที่จะมาเป็นนักแสดงไม่ต้องขวนขวายมาก เราควรปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา ถ้าเกิดได้มาอยู่ในวงการนี้ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเรา
คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างตลอดคืออะไร
แน็ก : น่าจะเป็นตัวของตัวเองมั้งครับ ผมว่าเป็นตัวของตัวเองก็ดีที่สุดแล้วครับ ทำงานก็คุยสนิทกับคนง่ายและก็คุยดีกับเค้าด้วยมั้ง
.jpg)
ตอนนี้สิ่งที่แน๊กภูมิใจที่สุดในการทำงานคืออะไร นอกเหนือจากรางวัลที่เคยได้ และการยอมรับจากทุกคน
แน๊ก : ก็คือการที่ผมมีรายได้เป็นของตัวเอง ซื้อบ้าน ซื้อรถได้ด้วยตัวของผมเองนี่แหละครับ
สุดท้ายนายแน๊กก็ได้ฝากข้อคิดทิ้งท้ายให้กับพวกเราชาว Skoolbuz ด้วยจ๊ะว่า
.jpg)
นี่คือบทสัมภาษณ์จากแน๊ก ชาลี ที่ปัจจุบันถือว่าเป็นเด็กหนุ่มที่ประสปความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆ และแน่นอนพี่ Skoolbuz เชื่อว่าเราต้องเห็นความก้าวหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้ไปอีกนานเลยทีเดียว เพราะความเป็นตัวของตัวเอง รวมไปถึงความเอาจริงเอาจังในการหน้าที่ และการทำงานของเขานั่นเอง สำหรับก่อนจากกันวันนี้พี่ Skoolbuz ก็ขอแนะนำคำคมดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี เพื่อเป็นข้อคิดดีๆ ให้กับน้องๆ อีกด้วยจ๊ะ
คลิปสัมภาษณ์ และบรรยากาศในการพูดคุยกับนายแน๊ก

ขอขอบคุณ บริษัทโพลีพลัส , คุณ แน๊ก ชาลี ปอทเจส
.png)
















b3rry (0)
ทำงานผ่านเน็ตรายได้ 3,000 - 5,000 บาทต่อสัปดาห์ เงินเข้าทุกวันพฤหัสบดี พร้อมตัวอย่างรับรายได้จริง สนใจรับรายละเอียดhttp://goo.gl/gbmnd หรือติดต่อ 0839975379 วุ้น (5 month 1 week 40 min ago)