ถ้าพูดถึงอาชีพนางฟ้าบนเครื่องบินแล้ว ก็คงเป็นอาชีพในดวงใจของใครหลายๆ คน เพราะเป็นอาชีพที่ดูสวยงาม ได้ไปในสถานที่ต่างๆ และได้ใช้ทักษะทางภาษาอีกด้วย ดังนั้นในวันนี้ Skoolbuz จะพาไปรู้จักกับ 2 สาวสวย ที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงแนะนำอาชีพแอร์โฮสเตส หรือ Flight Attendant คือ “พี่การ์ตูน” อาทิตยา ศรีโสภณ (เคยได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2 Miss Airlines International 2008 ที่ประเทศจีน) และ “พี่ผึ้ง” รัตนพรรษ รัตนวิโรจน์ หากเพื่อนๆ ได้ฟังพี่ๆ เล่าประสบการณ์แล้วละก็ “มั่นใจว่าสาวไทยเกินล้านอยากเป็น Flight Attendant”

แนะนำตัวกันหน่อยจ้ะ
พี่การ์ตูน : ชื่อ การ์ตูน อาทิตยา ศรีโสภณ ตำแหน่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินค่ะ
พี่ผึ้ง : ชื่อ ผึ้ง รัตนพรรษ รัตนวิโรจน์ ค่ะ เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเหมือนกัน
พี่ๆ เรียนจบอะไรกันมา แล้วมาทำอาชีพ Flight Attendant ได้อย่างไร
พี่การ์ตูน : เริ่มจากตอนแรก ตูนสนใจอาชีพนี้ตั้งแต่ตอนเรียนม. 6 แล้วค่ะ ก็เลยคิดว่า ถ้าอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็ต้องเก่งภาษาอังกฤษ ก็เลยเลือกเรียนคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตค่ะ
พี่ผึ้ง : สำหรับพี่ผึ้ง สายงานที่เรียนกับสายงานที่ทำงานก็จะแตกต่างกันกันนิดนึงค่ะ เพราะว่าเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการศึกษามา แต่ว่าภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สนใจตั้งแต่ตอนเรียน หลังจากที่เรียนจบก็มีสายการบินเปิด ก็เลยลองสมัครดูเพราะคิดว่าคุณสมบัติของตัวเองน่าจะได้สำหรับงานในสายนี้ค่ะ
คุณสมบัติของพนักงานต้อนรับต้องมีอะไรบ้าง
พี่การ์ตูน : ก็ต้องมีบุคลิกที่ชัดเจน มีใจรักทางด้านงานบริการเพราะว่าเราอาจจะเจอกับผู้โดยสารหลากหลายรูปแบบ
พี่ผึ้ง : หนึ่งคือเรื่องระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต ระเบียบวินัยของตัวเอง เพราะว่างานที่เราทำทุกวันจะต้องแข่งกับเวลา และเราก็ต้องเคารพกฎของตัวเองว่าเราจะต้องตื่นกี่โมงนอนกี่โมง เราจะต้องตรงเวลาเพราะว่าในงานของเรารวมอยู่กับคนอีกหลายคนค่ะ สองคือความฉลาดทางอารมณ์ เนื่องจากว่าเราทำงานทางด้านบริการเราจะไม่สามารถเหวี่ยงใส่ผู้โดยสารได้ ทุกอย่างเป็นภาพพจน์ของบริษัท ตรงจุดนี้เราจะต้องควบคุมอารมณ์แล้วก็ทำให้ทุกอย่างมันสวยงาม คิดในแง่บวกตลอดเวลา เพื่อที่ผู้โดยสารจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากสายการบินของเราค่ะ

“พี่การ์ตูน” อาทิตยา ศรีโสภณ “พี่ผึ้ง” รัตนพรรษ รัตนวิโรจน์
ก่อนที่จะมาเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต้องมีการสอบอะไรบ้าง
พี่ผึ้ง : อย่างแรกต้องเป็นเรื่องการทดสอบภาษาอังกฤษ เรียกว่าการสอบ TOEIC ซึ่งบริษัทเราต้องการคะแนน 600 คะแนนขึ้นไป แล้วก็จบปริญญาตรี ร่างกายสุขภาพสมบูรณ์ค่ะ แล้วก็เรื่องความสูง ต้องสูง 162 เซนติเมตรขึ้นไป
พี่การ์ตูน : แล้วก็ส่วนสูงกับน้ำหนักจะต้องสมดุลกันด้วย
พี่ผึ้ง : ส่วนผู้ชายที่จะเป็นสจ๊วตก็ต้องสูง 170 เซนติเมตรขึ้นไปค่ะ ส่วนเรื่องด้านการศึกษาและเรื่องภาษาอังกฤษก็เหมือนกันค่ะ
อาชีพนี้ต้องมีการฝึกอะไรบ้าง
พี่ผึ้ง : หลังจากที่เราผ่านการตรวจร่างกายว่าร่างกายเราสุขภาพแข็งแรงทุกอย่าง จากนั้นเราก็ไปเรียนที่ศูนย์ฝึกลูกเรือที่ศูนย์ใหญ่ที่มาเลเซียเป็นเวลา 2 เดือนค่ะ ก็เริ่มเรียนตั้งแต่รู้จักว่าเครื่องบินลำ อันนี้เรียกว่าอะไร ปีกเรียกว่าอะไร มีประตูฉุกเฉินกี่อัน เรียนรู้ทุกอย่าง เรียนด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย วิธีการอพยพจากเครื่องบิน วิธีการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ช่วยผู้โดยสารถ้าเกิดมีผู้โดยสารไม่สบายบนเครื่อง และหลังจากนั้นเราก็เรียนด้านเซอร์วิส ด้านการบริการ การเสิร์ฟ ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่เราจะต้องใช้บนเครื่องบิน แล้วก็เรียนรู้เรื่องเสื้อผ้าและการแต่งหน้าค่ะ ซึ่งก็ต้องเป๊ะค่ะ
ก่อนจะไปบินต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
พี่ผึ้ง : เราต้องมารายงานตัวที่ออฟฟิตตามเวลาที่กำหนด อย่างวันนี้พี่บินเวลา 15.15 น. พี่ก็ต้องมาก่อนเวลา เพื่อเตรียมตัว มาถึงเราก็เช็คเลยว่าวันนี้เราบินเที่ยวไหน ออกกี่โมง ลงกี่โมง บินกับใคร ผู้ร่วมทางกับเรามีใครบ้าง เครื่องบินที่ไหน จอดที่ไหน ผู้โดยสารมากน้อยแค่ไหน แล้วมีอะไรที่เราจะต้องเตรียมไปบ้าง
พี่การ์ตูน : แล้วจะดูว่ามีอะไรพิเศษบ้าง อย่างเช่นผู้โดยสารท่านนี้อาจจะสั่งจองอาหารมาหรือว่าผู้โดยสารท่านนี้อาจจะไม่สบายเราก็จะได้ข้อมูลมาก่อน เพื่อที่จะเตรียมตัวรับมือได้ทัน
พี่ผึ้ง : หลังจากนั้นเราก็จะประชุมกัน ลูกเรือทั้งหมดมาถึงที่โต๊ะตามเวลาที่กำหนด เสร็จแล้วก็เช็คเอกสาร เราจะมีเอกสารที่จำเป็นที่เราจะต้องนำไปบินด้วยทุกครั้ง แล้วก็เช็คว่าทุกอย่างอยู่ในระยะเวลาที่มันยังไม่หมดอายุ ทุกอย่างเป็นกฎด้านการบิน หลังจากนั้นเราก็แจกแจงว่าคนนี้ๆ อยู่ในหน้าที่ไหนบนเครื่องบิน แล้วก็ประชุมว่าวันนี้การบริการของเราจะเป็นในทิศทางไหน เพื่อให้เที่ยวบินนี้ดีที่สุด และหลังจากนั้นกัปตันก็จะมาประชุมให้เราฟังเรื่องอากาศ

เป็นพนักงานต้อนรับต้องเรียนว่ายน้ำรึเปล่า
พี่การ์ตูน : ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบินน่ะค่ะ แต่ว่าสายการบินของเรา ว่ายน้ำเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่เราจะต้องผ่านค่ะ จะต้องมีการเรียนและสอบเพื่อที่ว่าจะช่วยเหลือผู้โดยสารเมื่อเครื่องตกบนน้ำ เราก็จะต้องมีวิธีการช่วยผู้โดยสารในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
ก่อนจะมาทำ คิดว่าอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นยังไงบ้าง
พี่การ์ตูน : ตอนที่เราเป็นผู้โดยสารเราก็จะเห็นเขาเสิร์ฟเฉยๆ บริการก็เสร็จแล้ว คือไม่รู้จริงๆ ว่าพนักงานต้อนรับต้องรับผิดชอบเยอะ ต้องดูว่าผู้โดยสารได้รับการบริการที่ดีมั้ย ปลอดภัยรึยัง สมมุติว่าเขาสุขภาพไม่ดีหรือว่าถ้าเป็นอะไรบนเครื่องบินเรามีวิธีการที่จะช่วยเหลือเขายังไง คือเรียกได้ว่าความรับผิดชอบมันค่อนข้างเยอะมาก
พี่ผึ้ง : สำหรับผึ้งก็คล้ายๆกับตูน คือในภาพพจน์ที่เรามองตอนแรกคือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแต่งตัวสวยเหมือนกัน ทำผมสวยเหมือนกัน มันดูสวยจังเลย ดีจังเลย ซึ่งทุกอย่างมันเป็นแค่ภาพที่เราเห็น แต่ว่าในรายละเอียดที่กว่าคนๆ นั้นจะออกมายืน มันต้องผ่านการเรียน ซึ่งในมหาลัยคงไม่ได้สอนอยู่แล้ว เวลาที่เราเรียนหรือว่าเวลาที่เราทำงาน เราไม่ได้แค่ทำให้เขาอิ่มหรือว่าเขาหลับ เราต้องคิดต่อไปว่าจะทำยังไงให้เค้าพอใจและเค้าคิดจะกลับมาใช้บริการ และพื้นฐานทุกอย่างคือต้องปลอดภัย เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมันไม่สามารถที่จะมาแก้ไข เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีความระมัดระวังและรอบคอบในการทำงานมากค่ะ
ครั้งแรกที่ได้ทำงานบนเครื่องบินมีความรู้สึกยังไง
พี่ผึ้ง : ครั้งแรกที่มาทำงานก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะว่าเวลาเรียนเราก็เรียนแต่ในหนังสือไม่ได้ไปสัมผัสงานจริงๆ แล้วเราก็จะต้องทำงานแข่งกับเวลาและทำงานกับคนอื่นด้วย ทุกอย่างเอามารวมกันเกิดความมึนงงมาก แต่ว่ามันก็ต้องใช้การเรียนรู้ฝึกฝน ของแบบนี้เป็นเรื่องของประสบการณ์ แต่ถ้าถามว่าในครั้งแรกๆ ก็ตื่นเต้นทุกวันเลย และก็รู้สึกว่าทุกวันคือประสบการณ์ใหม่ ทุกวันคือการเรียนรู้ค่ะ
พี่การ์ตูน : ส่วนของตูนก็ตื่นเต้นค่ะแล้วก็กลัวด้วย เพราะว่าเราจะไม่สามารถขึ้นบินได้เลยนอกเหนือจากว่าเราจะต้องไปฝึกบินกับรุ่นพี่ก่อน ซึ่งเค้าจะกำหนดว่าจะต้องฝึกบินเป็นระยะเวลานึงก่อน เพื่อให้เรามีความมั่นใจและพร้อมที่จะดูแลผู้โดยสารได้จริง พอเราขึ้นไปเราก็จะค่อนข้างกลัวว่าเราจะทำอะไรผิดรึเปล่า ผู้โดยสารจะดีมั้ย พี่จะดุรึเปล่า แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างตื่นเต้นมาก คือเราศึกษาในตำรามาแล้ว เราจะต้องศึกษาของจริงให้มันเยอะขึ้น เอามาปรับเข้าหากันน่ะค่ะ

ความประทับใจในระหว่างทำงาน
พี่การ์ตูน : ก็ประทับใจหมดค่ะ ส่วนใหญ่จะเจอผู้โดยสารดีค่ะ บางทีก็จะเข้ามาขอถ่ายรูปบ้าง แล้วมีอยู่ครั้งนึงค่ะคือระหว่างเดินในสนามบิน ก็มีผู้โดยสารเดินเข้ามาแล้วก็ถามว่ารู้จักวิธีการปั๊มหัวใจหรือเปล่า เพราะมีผู้โดยสารข้างหน้าเป็นฝรั่งตัวใหญ่ๆ เค้าล้ม แล้วแฟนเค้าก็ตกใจมากเพราะว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์นี้มาก่อน เราก็เดินเข้าไป ก็เห็นว่าตรงนั้นมีพนักงานอีกสายการบินอยู่ค่ะ แต่ว่าเค้าเหมือนจะไม่รู้วิธีการช่วยเหลือผู้โดยสาร พวกเราก็เลยเดินเข้าไปช่วยกัน ปรากฏว่าเหมือนกับเขาจะเป็นลมเฉยๆ ค่ะ เราก็เลยจัดให้เขาอยู่ในท่าที่หายใจได้สะดวกแล้วก็เรียกรถพยาบาล ซึ่งจริงๆ แล้วเขาเป็นผู้โดยสารอีกสายการบินหนึ่ง แฟนเค้าก็ขอบคุณเรา ทำให้เรารู้สึกภูมิใจค่ะ
พี่ผึ้ง : ในการทำงานเราจะประกอบไปด้วยนักบิน ผู้ช่วยนักบิน แล้วก็ลูกเรือทั้งหมด 4 คน รวมทั้งหมดมี 6 คน แต่ว่าวันนี้เราทำงานกับคน 6 คนนี้ แต่อีกหนึ่งวันเราก็ทำงานกับคนอีก6 คน ซึ่งการที่เราเปลี่ยนเพื่อนทำงานทุกวันมันก็เป็นความประทับใจของเราอย่างหนึ่ง เพราะแต่ละคนจะมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างกัน มันก็ทำให้เราได้เห็นลักษณะนิสัยคนเยอะขึ้น เหมือนกับทำให้เราใจกว้างมากขึ้นแล้วก็ได้รู้จักคนเยอะขึ้น จะรู้สึกดีในทุกๆ ครั้งว่างานวันนี้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว บางทีเราเหนื่อยแต่ผู้โดยสารมาขอบคุณเรา แค่นี้ก็ทำให้เรารู้สึกหายเหนื่อย
ฝากถึงน้องๆที่อยากจะทำอาชีพนี้
พี่ผึ้ง : ถ้าน้องๆ เลือกแล้วว่าอยากจะทำอาชีพนี้นะคะ สิ่งแรกก็คือ ตอนนี้เรายังเป็นเด็กเราก็ต้องตั้งใจเรียนเพื่อที่จะทำให้เราสามารถมีคุณสมบัติในการสมัครได้ สองคือเราจะต้องมั่นใจ คิดบวกไปก่อนเลยว่าเราจะต้องกล้าที่จะมาสมัครถึงแม้ในแต่ละที่เค้าอาจจะไม่ชอบในแบบที่เราเป็น แต่นั้นก็ไม่ได้หมายว่าเป็นทุกที่ เพราะว่างานสายการบินมีหลายสายการบินให้เราเลือกที่จะทำงานให้ตรงกับความต้องการของเรา
พี่การ์ตูน : แล้วสายการบินในแต่ละที่ เขาก็จะชอบในสไตล์ที่แตกต่างกัน ตูนเชื่อว่าถ้าน้องมีความมั่นใจ ตั้งใจและก็อดทน ก็จะได้ทำและประสบความสำเร็จในอาชีพนี้แน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณ บริษัท ไทยแอร์เอเซีย จำกัด , คุณการ์ตูน อาทิตยา ศรีโสภณ และคุณผึ้ง รัตนพรรษ รัตนวิโรจน์ สำหรับการถ่ายทำ
และสามารถรับชมคลิปทาง youtube ได้ที่นี่ หรือดูคลิปทั้งหมดของ SkoolbuzMag's Channel ได้ที่นี่















sunshiro (0)
wow (1 year 11 month 46 min ago)